แหล่งข่าวจากหลังบ้านยาฮูเผย ยาฮูอาจพิจารณาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกูเกิลแทนการขายบริษัทให้ไมโครซอฟท์เป็นเงิน 4.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับช่าวซีอีโอกูเกิลเปิดฉากจับเข่าคุยกับซีอีโอยาฮู เพื่อเจรจาข้อแลกเปลี่ยนให้ซีอีโอยาฮูไม่เดินตามข้อเสนอของไมโครซอฟท์ เนื่องจากหวาดกลัวว่าไมโครซอฟท์จะสร้างอิทธิพลในตลาดอินเทอร์เน็ตเหมือนที่เคยทำกับตลาดคอมพิวเตอร์พีซี

สำนักข่าวรายเตอร์ส อ้างแหล่งข่าวจากบริษัทยาฮู 2 รายไม่เปิดเผยนาม ว่าทีมบริหารยาฮูกำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกูเกิลแทนการขายบริษัทให้ไมโครซอฟท์ ซึ่งออกมาเปิดเผยตัวเลขเสนอซื้อที่ 4.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐหรือ 31 เหรียญต่อหุ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากยาฮูเชื่อว่าการขายบริษัทอาจส่งผลแง่ลบต่อภาพพจน์ของบริษัท โดยการเจรจากับกูเกิลที่เกิดขึ้น เป็นการเจรจารอบสองจากที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน

แหล่งข่าวระบุว่า ไม่ได้รับทราบข้อมูลการเสนอซื้อจากค่ายอื่นนอกเหนือจากไมโครซอฟท์ตามที่สื่อรายงาน ทั้งบริษัทสื่อสารอย่างเอทีแอนด์ที (AT&T) บริษัทสื่อบันเทิงอย่างไทม์วอร์เนอร์ (Time Warner) และบริษัทสื่อมวลชนอย่างนิวส์คอร์ป (News Corp.) ล้วนไม่ได้ติดต่อซื้อยาฮูใดๆทั้งสิ้น โดยข้อความที่ทีมผู้บริหารยาฮูส่งถึงพนักงาน ยืนยันว่ายังไม่มีการตัดสินใจใดๆในขณะนี้ และยังไม่มีการเตรียมดำเนินการควบรวมบริษัทอย่างที่เป็นข่าว

ซีอีโอกูเกิลถกซีอีโอยาฮู

สำนักข่าววอลล์สตรีทเจอร์นอลรายงานว่าอีริก ชมิตท์ ซีอีโอกูเกิลนัดพบเจอร์รี่ หยาง ซีอีโอยาฮูเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนกับเสียงปฏิเสธไม่ขายบริษัทให้กับไมโครซอฟท์ของซีอีโอหยาง

แม้เรื่องนี้ทั้งประชาสัมพันธ์ยาฮูและกูเกิลต่างปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ แต่รายงานข่าวที่ออกมาระบุว่า เนื้อหาข้อเสนอจากกูเกิลนั้นไม่ได้อยู่ในรูปของการล้มเลิกการซื้อขายยาฮู จะอยู่ในรูปของการสนับสนุนด้านธุรกิจแทน เช่น การเป็นพันธมิตรโฆษณาออนไลน์ระหว่างกูเกิลและยาฮูโดยกำหนดตัวเลขรายได้ขั้นต่ำ (revenue guarantee) เป็นต้น

นักวิเคราะห์มองว่าการยื้อเวลาให้การซื้อขายบริษัทเกิดขึ้นช้าลงอาจเป็นผลดีกับยาฮู การรอหรือการสนับสนุนให้มีผู้เสนอซื้อรายอื่นอาจทำให้ไมโครซอฟท์ต้องเพิ่มราคาเสนอซื้อจากที่ตั้งไว้ 4.46 หมื่นล้านเหรียญ โดยนักวิเคราะห์การเงินของแซนฟอร์ดซี.เบิร์นสไตน์ นามเจฟฟรีย์ ลินด์เซย์ ระบุว่าการที่ไมโครซอฟท์เสนอซื้อยาฮูในราคา 31 เหรียญต่อหุ้นนั้นถือเป็นการกระทำที่ชาญฉลาด เนื่องจากข่าวที่ออกมาอาจทำให้มูลค่าหุ้นของยาฮูพุ่งสูงถึง 39-45 เหรียญต่อหุ้น

ไม่เพียงหุ้นของยาฮู หุ้นอื่นในตลาดหลักทรัพย์เอเชียบางส่วนก็ได้รับอานิสงส์จากข่าวเสนอซื้อยาฮูของไมโครซอฟท์ด้วย เช่นหุ้นของบริษัทซอฟต์แบงค์ที่เพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากซอฟต์แบงค์เป็นผู้ถือหุ้นในยาฮูสัดส่วน 3.9 เปอร์เซ็นต์

กูเกิลเสียวโลกออนไลน์เจ๊ง

เดวิด ดรัมมอนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฏหมายของกูเกิล แสดงความคิดเห็นว่าการซื้อบริษัทยาฮูของไมโครซอฟท์มีนัยมากกว่าการทำธุรกรรมการเงินทั่วไป แต่อาจส่งผลถึงความเสรีและการสร้างสรรค์นวัตกรรมซึ่งเป็นสองจุดเด่นของโลกออนไลน์ โดยจุดประกายว่า การซื้อยาฮูอาจทำให้ไมโครซอฟท์สามารถใช้อิทธิพลในทางที่ไม่เหมาะสมและผิดกฎหมายกับโลกอินเทอร์เน็ต เหมือนกับที่เคยทำกับตลาดพีซี

สิ่งที่กูเกิลหวาดกลัว คือการซื้อยาฮูอาจทำให้ไมโครซอฟท์ผูกขาดในตลาดโปรแกรมสนทนาหรือ IM บริการอีเมล และเว็บท่าหรือพอร์ทอล เนื่องจากหากนับรวมฐานลูกค้าของไมโครซอฟท์กับยาฮู ยักษ์ใหญ่อันดับ 2 และ 3 ของโลกอินเทอร์เน็ตรวมกันแล้วถือว่าเป็นสัดส่วนมากพอที่จะผูกขาดตลาด หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริง โลกอินเทอร์เน็ตก็จะมีสภาพไม่ต่างจากตลาดคอมพิวเตอร์พีซีในปัจจุบัน ที่มีไมโครซอฟท์เป็นเบอร์หนึ่งที่มีอิทธิพลในตลาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์มากที่สุด

ไมโครซอฟท์โต้ความเห็นของกูเกิลว่า การควบกิจการจะทำให้ตลาดบริการค้นหาข้อมูลออนไลน์และการโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตนั้นมีการแข่งขันกันมากขึ้น ในทางกลับกัน ไมโครซอฟท์เคารพในความเสรี การสร้างสรรค์นวัตกรรม และสิทธิส่วนบุคคลของอินเทอร์เน็ตเสมอ

ที่มา : ผู้จัดการ

(0) Comments    Read More   

ไมโครซอฟท์ร่อนจดหมายถึงกรรมการบริหารยาฮู ยักษ์ใหญ่โลกอินเทอร์เน็ตเบอร์สอง เสนอซื้อยาฮูด้วยเงินสดและหุ้นรวมมูลค่า 4.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จุดประสงค์เดียวคือหวังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันบนโลกบริการออนไลน์เพื่อชนกับกูเกิล

จดหมายเสนอซื้อยาฮูของไมโครซอฟท์ถือเป็นวิธีใหม่เพื่อการปราบยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิลที่เหนือความคาดหมายของทุกคน โดยสตีฟ บอลเมอร์ระบุในจดหมายว่าเสนอซื้อยาฮูด้วยราคา 31 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น สูงกว่ามูลค่าปิดตลาดของหุ้นยาฮูเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาถึง 62 เปอร์เซ็นต์

ในจดหมายเน้นย้ำว่า การเสนอซื้อยาฮูครั้งนี้ไม่ได้มีนัยสำคัญด้านการเงิน แต่อยู่ที่โอกาสและความสามารถในการแข่งขันในอนาคต โดยกล่าวพาดพิงถึงกูเกิลว่า ตลาดโฆษณาออนไลน์ที่รุ่งโรจน์นั้นกำลังถูกครอบครองโดยบริษัทเดียว เชื่อว่าการดำเนินงานของยาฮูภายใต้ปีกของไมโครซอฟท์จะช่วยให้ยาฮูสามารถแข่งขันในสมรภูมิรบมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านเหรียญได้ดีขึ้น ซึ่งอาจเติบโตถึง 8 หมื่นล้านเหรียญในปี 2010

ข่าวนี้ส่งให้มูลค่าหุ้นของยาฮูพุ่งสูงขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ทันทีที่ประกาศ โดยการซื้อยาฮูจะทำให้ไมโครซอฟท์มีเสิร์ชเอนจินทรงพลังสำหรับต่อสู้กับกูเกิล พ่วงท้ายด้วยบริการเว็บพอร์ทอลยอดนิยมทั้งอีเมล ร้านขายสินค้า และข่าวสารออนไลน์ จุดนี้ไมโครซอฟท์เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย และอาจนำไปสู่การสร้างโซลูชันเยี่ยมสำหรับผู้บริโภค บริษัทสิ่งพิมพ์ และนักโฆษณาได้เพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะทำให้ยาฮูมีความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น

เสนอซื้อรอบสอง

ตามรายงานจากสำนักข่าวเอพี บอลเมอร์เล่าในจดหมายถึงกรรมการบริหารยาฮู ว่าเคยได้รับจดหมายจากประธานยาฮูเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2007 เนื้อความในจดหมายระบุชัดว่าเวลานั้นไม่ใช่ช่วงที่ควรระดมผู้ถือหุ้นยาฮูมาพิจารณาเรื่องการตัดสินใจควบรวมบริษัท เหตุผลคือกรรมการบริหารของยาฮูให้ความสำคัญกับความสามารถของบริษัทเหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้นจึงอยากรอดูผลความสำเร็จจากกลยุทธ์ที่ยาฮูวางแผนไว้ เช่นโปรเจ็คต์ปานามา (Project Panama) รูปแบบธุรกิจโฆษณาออนไลน์แนวใหม่ของยาฮู และการปรับโครงสร้างบริษัท

“หนึ่งปีผ่านไป สถานการณ์การแข่งขันของยาฮูไม่ดีขึ้น” บอลเมอร์ระบุ โดยเชื่อว่าการควบรวมครั้งนี้จะทำให้ยาฮูลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้อย่างน้อย 1 พันล้านเหรียญต่อปี และยื่นข้อเสนอว่าจ้างทีมวิศวกร หัวหน้างาน และพนักงานของยาฮูทั้งทีม

ไมโครซอฟท์เสนอซื้อหุ้นของยาฮูด้วยเงินสดและหุ้นของไมโครซอฟท์ในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง ผู้ถือหุ้นยาฮูสามารถเลือกรับค่าตอบแทนระหว่างสินทรัพย์ทั้งสองได้ และเชื่อว่าการควบรวมจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2008

ประธานซีเมลลงจากเก้าอี้

ภายในวันเดียวกันที่ไมโครซอฟท์ประกาศซื้อยาฮู เทอร์รี่ ซีเมล ประกาศเปิดหมวกลาเก้าอี้ประธานยาฮูแล้วหลังจากลาออกจากตำแหน่งซีอีโอเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยรอย บอสต็อค หนึ่งในทีมผู้บริหารยาฮูจะเข้ารับช่วงต่อแทน

ยาฮูเผยว่า ซีเมลนั้นวางแผนการออกจากตำแหน่งประธานบริษัทมานานหลายเดือนแล้ว แต่ยังคงดำรงตำแหน่งเพื่อให้บริษัทสามารถคัดเลือกผู้รับช่วงต่อที่เหมาะสม โดยซีเมลในวัย 64 ปีนั้นไม่ได้ทำงานประจำวันในยาฮูเลยตั้งแต่เจอร์รี่ หยาง หนึ่งในผู้ก่อตั้งยาฮูเข้ารับตำแหน่งซีอีโอยาฮูในเดือนมิถุนายน

“เมื่อบริษัทกำลังก้าวไปข้างหน้าด้วยผู้นำคนใหม่ ผมเชื่อว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมที่จะก้าวออกจากฐานะกรรมการบริหาร” ซีเมลกล่าวในแถลงการ

บอสต็อคนั้นมีดีกรีเป็นผู้มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมโฆษณา ได้รับเสียงสนับสนุนจากกลุ่มผู้ถือหุ้นอย่างท่วมท้นในฐานะผู้เข้ารับตำแหน่งแทนซีเมล ด้านซีเมลนั้นเคยติดอันดับซีอีโอที่มีค่าตอบแทนสูงที่สุดอันดับที่ 386 ของบริษัทมหาชนทั่วโลก ซึ่งสำนักข่าวเอพีจัดอันดับเมื่อปี 2006

ก่อนหน้านี้ ยาฮูประกาศแผนลอยแพพนักงานราว 1 พันคนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้บริษัท โดยรายได้ยาฮูประจำปี 2007 นั้นเพิ่มขึ้นราว 8 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเหลือ 660 ล้านเหรียญจาก 751 ล้านเหรียญในปี 2006

(0) Comments    Read More