กสท เตรียมเจรจาทั้งกฟภ.และกฟน. เพื่อศัยโครงข่ายเพื่อให้บริการบรอดแบนด์เพาเวอร์ไลน์ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันก็มีแผนจะจำหน่ายมือถือ 2 ซิม ภายใต้แบรนด์ “CAT” รองรับทั้งระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่จีเอสเอ็ม และระบบซีดีเอ็มเอ

นายพิศาล จอโภชาอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บรอ์ด) สัปดาห์นี้จะนำเสนอ แผนพลิกฟื้นธุรกิจ (turn around plan) และแผนงานปฏิบัติการในเชิงปริมาณ (qualitative plan) เพื่อนำเสนอต่อ บอร์ดสรุปให้แล้วเสร็จ และนำแผนดังกล่าวจัดส่งให้กระทรวงการคลังและ บริษัท ไทยเรทติ้งแอนด์อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส หรือทริส ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยแผนจะเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2551-2554 เช่นเดียว กับบริษัท ทีโอที ซึ่งแผนดังกล่าว กสท จะนำเสนอแผนธุรกิจและรูปการสร้างรายได้ใหม่ จากเดิมให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบซีดีเอ็มเอ ให้เป็นผู้ให้บริการสื่อสารครบวงจรพร้อมกับการหาผลประโยชน์รายได้ต่อยอดจากธุรกิจที่มีอยู่ เช่น พัฒนาโครงข่ายสื่อสารร่วมรายอื่น หรือการให้ผ่านสายไฟ (บรอดแบนด์ พาวเวอร์ ไลน์) และการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็นแบรนด์ของ กสท เองโดยตรง

“รายละเอียดยังไม่ข้อสรุปที่ชัดเจนที่จะเป็นแบบไหน แต่แผนที่เกิดขึ้นจะต้องเป็นธุรกิจใหม่ เป็นการสร้างรายได้ด้วยตัวเราเอง โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาจากสัมปทาน”

พล.อ.ต.พิริยะ ศิริบุญ คณะกรรมการ กสท กล่าวว่า เกณฑ์มาตรฐานที่ ทริสและกระทรวงการคลังกำหนด กสท มีข้อเป็นห่วงในการจัดทำแผนนำเสนอ เนื่องจากมีบางเรื่อง กสท ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าทริส ซึ่งเรื่องดังกล่าว บอร์ด จะต้องหาวิธี ให้ กสท สามารถปฏิบติตามแผนให้ได้ หากแผนดังกล่าวมีข้อสรุป แต่ในภาพรวมแล้ว หากแผนธุรกิจ ที่นำเสนอ เป็นไปได้ จะเป็นผลดีอย่างมาก กับการสร้างรายได้ ที่จะสามารถเป็นรายได้หลัก ในการใช้บริหารองค์กร มากกว่าการมีรายได้จากสัมปทานเพียงอย่างเดียว ซึ่งเห็นได้จากการชี้แจงรายได้ผลประกอบการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายพิศาลกล่าวว่า ขณะนี้ กสท ได้มีการศึกษาการดำเนินธุรกิจใหม่ กับโครงการบรอดแบนด์เพาเวอร์ไลน์ โดยกสทได้มีการทดสอบระบบ โดยนำอุปกรณ์สำหรับใช้งานกล่องรับและแปลงสัญญาณบรอดแบนด์ เสียบเข้ากับปลั๊กไฟแล้ว นำไปเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยได้ติดตั้งในตึกปาร์คเรสซิเดนส์ ของนารายพรอพเพอร์ตี้ ผ่านถนนรองเมือง โดยได้ดำเนินการร่วมกับพันธมิตร ในการให้บริการบรอดแบนด์ความเร็ว 1MB คิดค่าบริการจุดละ 580 บาท/เดือน ซึ่งเบื้องต้น กสท จะใช้โครงข่ายลีดส์ไลน์เข้าเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แปลงสัญญาณไฟฟ้า และส่งต่อผ่านเข้าระบบสายไฟฟ้าในอาคาร และติดตั้งกล่องแปลงสัญญาณไฟฟ้าเป้นบรอดแบนด์ ในส่วนปลายทางจุดรับของลูกค้า

“หากตรงนี้สำเร็จ กสท จะเจรจาร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิต เพื่อเตรียมการให้บริการบรอดแบนด์เพาเวอร์ไลน์นอกอาคาร และขยายบริการไปทั่วประเทศ”

นอกจากนี้ กสท ยังแผนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ 2 ซิม ภายใต้แบรนด์ “CAT” รองรับทั้งระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่จีเอสเอ็ม และระบบซีดีเอ็มเอ โดยตัวเครื่องจะนำเข้าจากประเทศจีน เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือเฮาส์แบรนด์ที่จำหน่ายในตลาดไทยรายอื่น โดยคาดว่าจะสามารถ เริ่มทำตลาดและจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ 2 ซิมแบรนด์ ได้ภายในเดือน ธ.ค. นี้ ด้วยการเริ่มต้นนำร่องก่อนประมาณพันเครื่องกับลูกค้าซีดีเอ็มเอ ใน 51 จังหวัด เพื่อให้เป็นทางเลือกใช้บริการและเป็นการสร้างได้ใหม่อีกหนึ่งธุรกิจ

ที่มา : ผู้จัดการ

(0) Comments    Read More   

CDMA2000 1xEV-DO ก้าวสู่ความเป็นผู้นำระบบสื่อสารบรอดแบนด์ไร้สายในระดับสากล ด้วยจำนวนผู้ใช้งานมากกว่า 75 ล้านรายในไตรมาสที่สอง ส่งให้ฐานผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ CDMA2000 ทั่วโลกพุ่งสูงถึง 378 ล้านเลขหมาย

รายงานจาก CDMA Development Group (CDG) แจ้งว่ายอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือตระกูล CDMA ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ CDMA กลายเป็นเทคโนโลยีหลักที่ตอบรับการสื่อสารในยุค 3G เห็นได้จากยอดรวมผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือตระกูล CDMA ที่พุ่งสูงถึง 400 ล้านเลขหมาย ในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ CDMA2000 ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสื่อสารแบบ 3G ถึง 378 ล้านรายหรือกว่า 93 %

ปัจจัยแห่งการเติบโตของ CDMA2000 มาจากเทคโนโลยี ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั้งในเขตเมืองและชนบทอย่างคุ้มค่าการลงทุน รวมถึงประสิทธิภาพ ความคล่องตัว และความรวดเร็วในการผลักดันเทคโนโลยีเข้าสู่ตลาดผู้สื่อสารไร้สายทั่วโลก CDMA2000 จึงกลายเป็นคำตอบหลักสำหรับอุตสาหกรรมสื่อสารไร้สายทั่วโลก

ยิ่งไปกว่านั้น กับพัฒนาขั้นถัดไปหรือ CDMA2000 1xEV-DO ซึ่งมียอดการเติบโตในไตรมาส 2 ถึง 10 ล้านเลขหมาย รวมยอดการเติบโตตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2549 ถึงมิถุนายน 2550 ทั้งสิ้น 40 ล้านเลขหมาย ส่งผลให้ปัจจุบัน CDMA20001xEV-DO มีฐานผู้ใช้งานกว่า 75 ล้านรายทั่วโลก CDG คาดคะเนว่าเทคโนโลยีดังกล่าวน่าจะมีฐานผู้ใช้งานรวมทะลุเกิน 100 ล้านเลขหมายภายในสิ้นปีนี้ หรือกล่าวได้ว่า CDMA20001xEV-DO กำลังจะกลายเป็นผู้นำเทคโนโลยีสื่อสารบรอดแบนด์ไร้สาย (Mobile Broadband Technology) ในระดับโลก

ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการเติบโตของ CDMA2000 และ CDMA20001xEV-DO มาจากการพัฒนาแอปพลิเคชั่นต่างๆ เช่นในญี่ปุ่นซึ่งมีฐานผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G มากถึง 79 % ของผู้ใช้งานในประเทศ และเป็นกรณีศึกษาการให้บริการโทรศัพท์มือถือที่มีสีสันที่สุด

KDDI ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ CDMA2000 นับว่าประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องกับการผลักดันบริการรูปแบบใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นการใช้งานให้กับผู้บริโภคในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการ Information on Demand โดยใช้ Search Engine คุณภาพสูงผ่านบริการชื่อ “EZweb Mobile Internet Service” รวมไปถึงการให้บริการดาวน์โหลดเพลงที่มีความยาวไม่เกิน 30 วินาที ผ่านเครือข่าย CDMA2000 1x ด้วยบริการชื่อ “EZ Chaku-Uta” ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาเครือข่ายไปเป็นมาตรฐาน CDMA2000 1xEV-DO แล้ว KDDI ก็ได้ปรับเพิ่มขีดความสามารถของบริการไปเป็น Chaku-Uta Full โดยอนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดเพลงได้จนจบเพลง ปัจจุบัน EZ Chaku-Uta Full ให้บริการดาวน์โหลดเพลงและมิวสิควิดีโอสูงถึงวันละ 400,000 ครั้ง ถือเป็นหนึ่งในบริการเสริมที่ช่วยผลักดันการเติบโตของตลาด CDMA2000 ให้กับ KDDI

นอกจากนั้น การผลักดันให้เทคโนโลยี CDMA2000 รองรับการทำธุรกรรมอิเล็คทรอนิกส์ ด้วยบริการชื่อ “EZ FeliCa” ก็ทำให้ผู้ใช้บริการของ KDDI สามารถซื้อขายสินค้าและบริการต่างๆ โดยหักค่าใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์มือถือ ขอบเขตของบริการครอบคลุมทั้งการซื้อสินค้าจากตู้จำหน่ายอัตโนมัติ ร้านค้าปลีก ตั๋วโดยสารรถไฟและเครื่องบิน หนังสือ เพลง หรือแม้กระทั่งโซดา KDDI ยังออกแบบให้บริการ EZ FeliCa ดึงดูดใจผู้ใช้บริการด้วยโปรแกรมการสะสมคะแนนเพื่อนำไปใช้แลกเปลี่ยนสินค้าได้อีกด้วย

ทั้ง 3 บริการดังกล่าวถือได้ว่าเป็นบริการที่เป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่ผู้ใช้บริการ และหากมองในภาพรวม การเติบโตของยอดผู้ใช้บริการ CDMA2000 ทั่วโลก เฉพาะในไตรมาสที่ 2 สูงถึง 27 ล้านเลขหมาย ส่งผลให้ฐานผู้ใช้บริการรวมเพิ่มสูงขึ้นเป็น 378 ล้านราย

อาจกล่าวได้ว่าฐานผู้ใช้โทรศัพท์มือถือCDMA2000 กำลังมีอัตราการเติบโตสูงมากถึง 100 ล้านเลขหมายต่อปีแซงหน้าการเติบโตของเทคโนโลยีคู่แข่งอย่าง WCDMA โดยอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของ CDMA2000 มาจากคุณภาพของเสียง ความเร็วในการสื่อสารข้อมูล ความคุ้มค่าของต้นทุนค่าใช้จ่าย และการขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งของเครื่องลูกข่ายและบริการเสริมต่างๆ กล่าวโดยรวมได้ว่า CDMA2000 เหมาะสมอย่างยิ่งทั้งต่อตลาดสื่อสารไร้สายที่กำลังอยู่ในช่วงเติบโตและตลาดที่เพิ่งเริ่มให้บริการ

สำหรับฐานผู้ใช้บริการ CDMA ที่มีการเติบโตสูงสุดอยู่ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 47% หรือมีการเติบโตถึง 45 ล้านเลขหมายเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายน 2549 ถึงมิถุนายน 2550 การขยายตัวส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีนและอินเดียซึ่งเป็นตลาดสื่อสารไร้สายที่เติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงในเกาหลีใต้และญี่ปุ่นซึ่งมีรูปแบบการให้บริการเสริมที่ล้ำหน้าและหลากหลาย ตามด้วยทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกาตามลำดับ

ในกรณีของทวีปอเมริกาเหนือ CDMA2000 ก็มีการเติบโตถึง 17 ล้านเลขหมายภายในเวลา 1 ปี ทำให้ยอดผู้ใช้บริการรวมเพิ่มขึ้นเป็น 132 ล้านเลขหมาย คิดเป็น 51 %ของตลาดสื่อสารไร้สายในภูมิภาคดังกล่าว ในขณะที่ในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา ก็มียอดรวมผู้ใช้บริการ CDMA2000 เพิ่มขึ้นอีก 4 ล้านเลขหมายในเวลา 1 ปี ทั้งหมดเป็นปัจจัยเสริมต่อความแข็งแกร่งของเทคโนโลยี CDMA2000 ในเวทีโลก
ที่มา : ผู้จัดการ

(0) Comments    Read More