ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 ของฟูจิตสึ เป็นที่สุดในโลกถึงสามด้าน เล็ก เงียบและประหยัด ให้ความสะดวกกับธุรกิจได้โดยไม่ต้องพึ่งพาห้องเซิร์ฟเวอร์ที่แยกสัดส่วนโดยเฉพาะ

ฟูจิตสึ คอมพิวเตอร์ ซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการโซลูชั่นเชิงกลยุทธ์แก่บริษัทชั้นนำของโลกมากมาย และพร้อมนำเสนอเทคโนโลยีอันทันสมัย ได้เปิดตัว ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 (PRIMERGY TX120) เซิร์ฟเวอร์แบบทาวเวอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุด เงียบที่สุด และใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุดในโลก ซึ่งออกแบบมาเพื่อธุรกิจขนาดเล็กและโฮมออฟฟิศที่มักไม่มีการจัดสรรพื้นที่ในบริษัทสำหรับดูแลเซิร์ฟเวอร์แยกต่างหากโดยเฉพาะ โดย ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 มาพร้อมกับฟังก์ชันต่างๆ ครบถ้วนเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในกลุ่ม ไพรเมอร์จี ที่ได้รับรางวัลมาก่อนหน้านี้มากมาย ขณะเดียวกันก็ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยลง ปล่อยความร้อนและเสียงรบกวนน้อยกว่าเดิม ที่สำคัญยังประหยัดพลังงานมากกว่าด้วย

ปัจจุบันคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์สำหรับดูแลงานเฉพาะทาง กลายเป็นองค์ประกอบหนึ่งบนระบบไอทีที่พบเห็นได้ทั่วไป แม้กับในธุรกิจขนาดเล็ก ตั้งแต่สถาบันด้านสุขภาพ สำนักงานกฎหมาย โบรกเกอร์จัดการด้านการลงทุนและประกันภัย ฟรีแลนซ์ ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ไปจนถึงสำนักงานสาขาของบริษัทขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดีมีบริษัทขนาดเล็กเหล่านี้จำนวนไม่มากที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับสร้างห้องเพื่อแยกจัดเก็บเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐานระบบไอที ทำให้บ่อยครั้งเซิร์ฟเวอร์เครื่องใหญ่ที่มีเสียงดังรบกวน จึงถูกตั้งห่างจากโต๊ะทำงานของพนักงานในบริษัทเพียงไม่กี่ฟุตเท่านั้น ตรงกันข้ามกับการออกแบบของ ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 ที่มีขนาดเพียงหนึ่งในสามของเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป ทำงานได้เงียบกว่า และไม่รบกวนบุคคลรอบข้าง ใช้พลังงานเพียง 163 วัตต์ ซึ่งทำให้ ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 กินไฟเทียบเท่ากับหลอดไฟในสำนักงานทั่วไปเท่านั้น

ขนาดที่เล็กกว่า: ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 กว้างเพียง 4 นิ้ว สูง 13 นิ้ว และยาวเพียง 16 นิ้วเท่านั้น

มีเสียงรบกวนน้อยกว่า: ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 มีเสียงรบกวนในระดับ 28 เดซิเบล ในขณะที่ไม่มีการประมวลผล และเพียง 31 เดซิเบลในระหว่างการทำงาน ซึ่งถือว่ามีเสียงรบกวนต่ำกว่าเซิร์ฟเวอร์มาตรฐานทั่วไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์ทีเดียว

ใช้พลังงานน้อยกว่า: ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 ที่มีการตั้งค่าให้ทำงานอย่างเต็มสมรรถนะ ใช้พลังงานน้อยกว่าเซิร์ฟเวอร์มาตรฐานทั่วไปถึง 35-40 เปอร์เซ็ต์ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 100 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,500 บาท) (1) ต่อปีต่อเซิร์ฟเวอร์ โดยการทำงานแบบเต็มที่ของ โพรเซสเซอร์ ดูอัล-คอร์ อินเทล ซีออน ยูพี (Dual-Core Intel Xeon UP) จะใช้พลังงานสูงสุดเพียง 163 วัตต์ เท่านั้น

ไพรเมอร์จี เซิร์ฟเวอร์ ทีเอ็กซ์ 120 มาพร้อมกับ ไพรเมอร์จี เซิร์ฟเวอร์วิว รีโมตแมเนจเมนต์ (PRIMERGY Server View Remote Management) ที่ทำให้การจัดการ ดูแลความปลอดภัยเซิร์ฟเวอร์เป็นเรื่องง่าย ประหยัด และทำได้จากสถานที่ใดเวลาใดก็ได้ สะดวกทั้งกับบริษัทขนาดเล็กที่พึ่งพาที่ปรึกษาในการดูแลบริหารเซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงสำนักงานสาขาของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีฝ่ายไอทีจากสำนักงานใหญ่เป็นผู้ดูแลระบบ

“ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 ถือเป็นก้าวสำคัญในการตอบสนองความต้องการของธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งทางฟูจิตสึ เล็งเห็นว่าเป็นตลาดที่สำคัญและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว” ริชาร์ด แม็คคอร์แมค รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดและเซิร์ฟเวอร์ ของ ฟูจิตสึ คอมพิวเตอร์ ซิสเต็มส์ กล่าวว่า “เครื่องไพรเมอร์จี เซิร์ฟเวอร์ ทีเอ็กซ์ 120 เป็นหนึ่งในผลงานของเราที่เกิดจากความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างจริงจังทั่วทั้งองค์กรในทุกผลิตภัณฑ์ที่เรามีอยู่”

ที่มา : ARiP

(0) Comments    Read More   

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานบทวิเคราะห์มูลค่าการใช้จ่ายตลาดเทคโนโลยีสารสนเทศโลก ที่จัดทำโดยบริษัทวิจัย การ์ทเนอร์ อิงค์ ระบุว่าปีนี้ตลาดโลกจะมีการใช้จ่ายเกิน 3.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 8% และคาดว่าปีหน้าจะอยู่ที่ 5.5% หรือ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายปีเตอร์ ซันเดอร์การ์ด รองประธานอาวุโส และหัวหน้าส่วนงานวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดโลกนั้น การใช้จ่ายด้านไอทีในประเทศกำลังพัฒนามีปริมาณเพิ่มขึ้น และ 1 ใน 3 ของการใช้จ่าย มาจากประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากอเมริกาเหนือ ยุโรปตะวันตก และญี่ปุ่น ทั้งนี้ การพัฒนาดังกล่าว จะช่วยสร้างนวัตกรรมในไอที การสร้างคู่แข่งหน้าใหม่ และรูปแบบการใช้จ่ายงานใหม่ๆ ตลอดจนช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพค่าใช้จ่าย ให้กับผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ ในส่วนของประเทศไทยนั้น ไอดีซี ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยระดับโลก ก็ออกรายงานบทวิเคราะห์ตลาดไอทีซึ่งได้ปรับปรุงเมื่อเดือนส.ค. โดยประมาณการใช้จ่ายตลาดพีซีปีนี้ ที่รวมเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (โน้ตบุ๊ค) และเครื่องแม่ข่าย (เอ็กซ์ 86 เซิร์ฟเวอร์) ว่าเติบโตกว่าปีที่ผ่านมา 9.6% หรือมีตลาดรวมกว่า 1.6 ล้านเครื่อง โดยเฉพาะไตรมาส 3 ที่ผ่านมา คาดว่าตลาดพีซีรวมจะโต 6.3% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนปีหน้าคาดว่าตลาดรวมจะอยู่ที่ 1.9 ล้านเครื่อง

ทั้งนี้ ไอดีซีมองว่า หากไทยมีการเลือกตั้ง และการจัดทำงบประมาณปี 2551 มีความชัดเจนขึ้นแล้ว ก็จะส่งผลให้กำลังซื้อในโครงการภาครัฐ จะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง หลังกลางปี 2552 แม้จะไม่มีกรอบนโยบายส่งเสริมไอทีอย่างที่ผ่านมา แต่ก็จะมีการลงทุนไอที เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพบริการประชาชน และปรับปรุงองค์กรภายใน

นอกจากนี้ กำลังซื้อจากหน่วยงานท้องถิ่นของรัฐ ก็ช่วยให้ตลาดรัฐช่วงปี 2550-2551 ขยายตัวขึ้นเล็กน้อย ขณะเดียวกัน ไอดีซี ก็มองว่า การแข่งขันของผู้ค้าเครื่องรายหลัก ในตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่แข่งขันราคา การจัดโปรโมโชั่น คอนเสิร์ตและโรดโชว์ กระตุ้นให้ตลาดนี้เติบโตขึ้น ทั้งกลุ่มองค์กรและผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งจะปรับประมาณการยอดรวมอีกครั้งในอนาคต โดยคาดว่าปีนี้โน้ตบุ๊คจะอยู่ที่ 7.6 แสนเครื่อง

ส่วนตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (เดสก์ทอป) ทั้งการใช้งานองค์กรและผู้ใช้ทั่วไป จะอยู่ที่ 8.9 แสนเครื่อง และปีหน้า คาดว่าตลาดรวมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 9.6 แสนเครื่อง ด้านปัจจัยหลักสนับสนุนตลาดไอทีไทยช่วงปี 2550-2554 ได้แก่ 1. เงินบาทซึ่งแข็งค่าต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา 2. การแข่งขันที่ปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลของสถาบันการเงิน ที่ขยายลงมาแข่งการให้สินเชื่อสินค้าไอทีที่ช่วยเร่งการตัดสินใ จให้กับผู้บริโภคมากขึ้น 3. โครงการไอทีที่ใช้ในการศึกษาทั้งสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และสถาบันการศึกษาอื่นๆ

ทั้งนี้ ไอดีซี มองว่าปัจจัยด้านการเมืองที่ยังไม่ชัดเจน จะส่งผลต่อความมั่นใจทั้งภาคธุรกิจและประชาชน รวมถึงการจัดทำงบประมาณของรัฐ โดยถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบอย่างสูงกับตลาด ซึ่งหากรัฐผลักดันการเลือกตั้งในเดือนธ.ค. ก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาได้

ส่วนการใช้จ่ายด้านไอทีขององค์กรธุรกิจนั้น คาดว่ายังมีกำลังซื้อจากกลุ่มธนาคาร ประกันภัย อุตสาหกรรมการผลิต ธุรกิจนำเข้าส่งออก และมหาวิทยาลัย ที่จะขยายโครงสร้างพื้นฐาน โดยเปิดประมูลจัดซื้อเป็นระยะตลอดปี 2550 โดยเฉพาะภาคธุรกิจ กำลังซื้อเพิ่มขึ้นหลังจากมีความชัดเจน ของการลงมติเห็นชอบรัฐธรรมนูญปี 2550

 

ที่มา : ARiP

(0) Comments    Read More   

วางเครื่อง server ที่ CAT IDC ตึกกสท. เครื่อง server online วันแรก

(0) Comments    Read More