<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<!-- generator="wordpress/2.3" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>เว็บโฮสติ้ง จดโดเมน ออกแบบเว็บไซต์ คิดถึงโฮส คิดถึงเรา H057ING.COM</title>
	<link>http://blog.h057ing.com</link>
	<description>Blog</description>
	<pubDate>Mon, 03 Mar 2008 16:31:48 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.3</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>Mercedes S400 ไฮบริดรุ่นแรกที่ใช้แบต Li-ion</title>
		<link>http://blog.h057ing.com/mercedes-s400-%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%81.html</link>
		<comments>http://blog.h057ing.com/mercedes-s400-%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Mar 2008 16:31:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวสาร IT]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.h057ing.com/mercedes-s400-%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%81.html</guid>
		<description><![CDATA[มีการเปิดเผยจากค่ายผลิตรถยนต์ดาวสามแฉก Mercedes Benz ว่ารถยนต์รุ่น S400 BlueHybrid จะเป็นรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกในตลาดที่ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมไออ้อน
โดยรถยนต์ S400 BlueHybrid รุ่นปี 2009 นั้นจะเป็นรถยนต์แบบไฮบริดรุ่นแรกที่ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมไออ้อน ที่จะมีประสิทธิภาพการใช้งานสูงกว่าแบตเตอรี่แบบนิเกิ้ลเมทัลไฮไดรด์ในหลายๆด้าน เช่นสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ดีกว่า, มีอายุการใช้งานที่นานกว่า และมีความเสถียรในการใช้งานที่สูงกว่าถึงแม้จะใช้ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก แต่อย่างไรก็ตามราคาก็จะสูงขึ้นกว่าแบตเตอรี่นิเกิ้ลเมทัลไฮไดรด์มาก โดย S400 BlueHybrid นั้นจะใช้พลังงานเชื้อเพลิงที่ 30ไมล์ต่อแกลลอน
ที่มา : Pantip News
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีการเปิดเผยจากค่ายผลิตรถยนต์ดาวสามแฉก Mercedes Benz ว่ารถยนต์รุ่น S400 BlueHybrid จะเป็นรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกในตลาดที่ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมไออ้อน</p>
<p>โดยรถยนต์ S400 BlueHybrid รุ่นปี 2009 นั้นจะเป็นรถยนต์แบบไฮบริดรุ่นแรกที่ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมไออ้อน ที่จะมีประสิทธิภาพการใช้งานสูงกว่าแบตเตอรี่แบบนิเกิ้ลเมทัลไฮไดรด์ในหลายๆด้าน เช่นสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ดีกว่า, มีอายุการใช้งานที่นานกว่า และมีความเสถียรในการใช้งานที่สูงกว่าถึงแม้จะใช้ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก แต่อย่างไรก็ตามราคาก็จะสูงขึ้นกว่าแบตเตอรี่นิเกิ้ลเมทัลไฮไดรด์มาก โดย S400 BlueHybrid นั้นจะใช้พลังงานเชื้อเพลิงที่ 30ไมล์ต่อแกลลอน</p>
<p>ที่มา : Pantip News</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.h057ing.com/mercedes-s400-%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%81.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Intel ตั้งชื่อชิพตระกูลใหม่ว่า Atom</title>
		<link>http://blog.h057ing.com/intel-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88.html</link>
		<comments>http://blog.h057ing.com/intel-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Mar 2008 16:25:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวสาร IT]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.h057ing.com/intel-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88.html</guid>
		<description><![CDATA[Intel บริษัทผลิตชิพชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางบริษัทได้มีการผลิตชิพประมวลผลขนาดเล็กรุ่นล่าสุดที่สามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานในการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้กับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือพร้อมกับตั้งชื่อแบนด์ใหม่นี้ว่า Atom
โดยชิพประมวลผลในตระกูล Atom ใหม่นี้ เป็นชิพประมวลผลขนาดเล็กแบบใช้พลังงานต่ำ ซึ่งจะเปรียบเสมือนกับสมองดิจิตอลของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ โดยสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานในการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้กับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือได้ โดยจะมีราคาต่ำกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คขนาดเล็กและคอมพิวเตอร์พีซีทั่วๆไป ซึ่งการตัดสินใจดำเนินการในครั้งนี้ ก็เนื่องมาจาก Intel ได้เล็งเห็นถึงตลาดอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่กำลังมีแนวโน้มเป็นที่ต้องการสูง ดังนั้น Intel จึงทำการใส่ชิพประมวลผลนี้ลงไปในตัวอุปกรณ์ โดยตั้งชื่อใหม่ว่า netbook ซึ่งจะมีราคาต่ำกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วๆไป ประมาณ 250 ดอลล่าร์สหรัฐฯ โดยชิพตระกูล Atom นี้ เป็นชิพที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก จึงเหมาะกับอุปกรณ์ขนาดเล็กและใช้พลังงานต่ำ โดยตัวชิพมีขนาดน้อยกว่า 25 ตารางมิลลิเมตร โดยชิพ 2 รุ่นแรกที่จะทำการเปิดตัวมีชื่อว่า Silverthorne และ Diamondville ผลิตโดยใช้เทคโนโลยี 45-nanometer ซึ่งจะทำการเปิดตัวภายในกลางปีนี้ นอกจากนี้ Intel ยังแนะนำชิพรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Intel Centrino Atom processor ที่ใช้เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้กับโทรศัพท์มือถือ โดยจะมีชื่อว่า Menlow โดย Sean Maloney หัวหน้าฝ่ายขายและการตลาดของ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Intel บริษัทผลิตชิพชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางบริษัทได้มีการผลิตชิพประมวลผลขนาดเล็กรุ่นล่าสุดที่สามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานในการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้กับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือพร้อมกับตั้งชื่อแบนด์ใหม่นี้ว่า Atom</p>
<p>โดยชิพประมวลผลในตระกูล Atom ใหม่นี้ เป็นชิพประมวลผลขนาดเล็กแบบใช้พลังงานต่ำ ซึ่งจะเปรียบเสมือนกับสมองดิจิตอลของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ โดยสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานในการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้กับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือได้ โดยจะมีราคาต่ำกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คขนาดเล็กและคอมพิวเตอร์พีซีทั่วๆไป ซึ่งการตัดสินใจดำเนินการในครั้งนี้ ก็เนื่องมาจาก Intel ได้เล็งเห็นถึงตลาดอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่กำลังมีแนวโน้มเป็นที่ต้องการสูง ดังนั้น Intel จึงทำการใส่ชิพประมวลผลนี้ลงไปในตัวอุปกรณ์ โดยตั้งชื่อใหม่ว่า netbook ซึ่งจะมีราคาต่ำกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วๆไป ประมาณ 250 ดอลล่าร์สหรัฐฯ โดยชิพตระกูล Atom นี้ เป็นชิพที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก จึงเหมาะกับอุปกรณ์ขนาดเล็กและใช้พลังงานต่ำ โดยตัวชิพมีขนาดน้อยกว่า 25 ตารางมิลลิเมตร โดยชิพ 2 รุ่นแรกที่จะทำการเปิดตัวมีชื่อว่า Silverthorne และ Diamondville ผลิตโดยใช้เทคโนโลยี 45-nanometer ซึ่งจะทำการเปิดตัวภายในกลางปีนี้ นอกจากนี้ Intel ยังแนะนำชิพรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Intel Centrino Atom processor ที่ใช้เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้กับโทรศัพท์มือถือ โดยจะมีชื่อว่า Menlow โดย Sean Maloney หัวหน้าฝ่ายขายและการตลาดของ Intel กล่าวว่า ชิพตระกูล Atom นี้ เป็นชิพที่ถูกออกแบบขึ้นมาให้มีขนาดเล็กแต่มีพลังงานเพียงพอที่จะจัดการกับอินเตอร์เน็ตขนาดใหญ่ได้ โดยทางเราเชื่อว่า เมื่อทำการเปิดตัวชิพตระกูลใหม่นี้ จะเท่ากับเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับเทคโนโลยีในปัจจุบัน</p>
<p>ที่มา : Pantip News</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.h057ing.com/intel-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>มูลค่าตลาดรวมเน็กเวิร์กว่าหมื่นล้าน ซิสโก้หวังโครงการรัฐจับตลาดSMB</title>
		<link>http://blog.h057ing.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c.html</link>
		<comments>http://blog.h057ing.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Mar 2008 07:02:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวสาร IT]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.h057ing.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c.html</guid>
		<description><![CDATA[




ซิสโก้ผลประกอบการทั้งโลกเติบโต 16.5% ตลาดไทยโต 10 % ตั้งเป้าครึ่งปีหลังเติบโต 25% ชูแนวคิด“คอนเน็กซ์ติ้งคอนเซ็ปต์” เชื่อมโยงทุกจังเหวาะชีวิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าจากตัวโปรดักส์ซิสโก้ พร้อมมุ่งสานต่อโครงการภาครัฐ และตลาดจับตลาดที่มีศักยภาพอย่าง SMB ประมาณการเม็ดเงินที่จะเกิดขึ้นในตลาดรวมเน็กเวิร์คมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท
ดร.ธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ (ประเทศไทย) กล่าวถึงผลประกอบการของซิสโก้ทั่วโลกว่า ล่าสุดในไตรมาสที่ 2ของปีงบประมาณ2551 (ปีงบประมาณของนับสิงหาคม2550-กรกฎาคม2551) ซิสโก้มีรายได้ 9,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้น 16.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยการเติบโตเป็นผลมาจากการเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์สวิชต์แอนด์เราเตอร์ และในส่วนของเทคโนโลยีที่ติดตลาดแล้วคือ ยูนิไฟเทคโนโลยี ในส่วนของสตอเรจมีอัตราการเติบโตประมาณ 30% เทคโนโลยีไวร์เลสเติบโต 10% และซิเคียวริตี้เทคโนโลยีเติบโต 12%
ในส่วนของตลาดเมืองไทยครึ่งปีแรกที่ผ่านมา (สิงหาคม 2550 - มกราคม 2551) เป็นปีที่ซิสโก้มุ่งสร้างตลาดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าให้มากที่สุด โดยมีอัตราการเติบโตประมาณ 10% ซึ่งนอกจากภาคเอกชนแล้วซิสโก้ให้ความสำคัญกับการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในโครงการประมูลขนาดใหญ่ของภาครัฐ อย่าง GIN (Government Information Network) หรือโครงข่ายสื่อสารกลางของภาครัฐเพื่อการเชื่อมโยงกระทรวง ทบวง กรมและต่อเนื่องไปถึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="94">
<tr>
<td align="center" valign="top" width="94"><a href="http://pics.manager.co.th/Images/551000002851001.JPEG" onclick="ShowImage('http://pics.manager.co.th/ShowImage.html?Image=%2fImages%2f551000002851001.JPEG&#038;Width=188&#038;Height=300', 188, 300); return false;"><img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/551000002851001.JPEG" border="0" height="150" width="94" /></a></td>
</tr>
</table>
<p><strong>ซิสโก้ผลประกอบการทั้งโลกเติบโต 16.5% ตลาดไทยโต 10 % ตั้งเป้าครึ่งปีหลังเติบโต 25% ชูแนวคิด“คอนเน็กซ์ติ้งคอนเซ็ปต์” เชื่อมโยงทุกจังเหวาะชีวิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าจากตัวโปรดักส์ซิสโก้ พร้อมมุ่งสานต่อโครงการภาครัฐ และตลาดจับตลาดที่มีศักยภาพอย่าง SMB ประมาณการเม็ดเงินที่จะเกิดขึ้นในตลาดรวมเน็กเวิร์คมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท</strong></p>
<p>ดร.ธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ (ประเทศไทย) กล่าวถึงผลประกอบการของซิสโก้ทั่วโลกว่า ล่าสุดในไตรมาสที่ 2ของปีงบประมาณ2551 (ปีงบประมาณของนับสิงหาคม2550-กรกฎาคม2551) ซิสโก้มีรายได้ 9,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้น 16.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยการเติบโตเป็นผลมาจากการเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์สวิชต์แอนด์เราเตอร์ และในส่วนของเทคโนโลยีที่ติดตลาดแล้วคือ ยูนิไฟเทคโนโลยี ในส่วนของสตอเรจมีอัตราการเติบโตประมาณ 30% เทคโนโลยีไวร์เลสเติบโต 10% และซิเคียวริตี้เทคโนโลยีเติบโต 12%</p>
<p>ในส่วนของตลาดเมืองไทยครึ่งปีแรกที่ผ่านมา (สิงหาคม 2550 - มกราคม 2551) เป็นปีที่ซิสโก้มุ่งสร้างตลาดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าให้มากที่สุด โดยมีอัตราการเติบโตประมาณ 10% ซึ่งนอกจากภาคเอกชนแล้วซิสโก้ให้ความสำคัญกับการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในโครงการประมูลขนาดใหญ่ของภาครัฐ อย่าง GIN (Government Information Network) หรือโครงข่ายสื่อสารกลางของภาครัฐเพื่อการเชื่อมโยงกระทรวง ทบวง กรมและต่อเนื่องไปถึง 76 จังหวัด</p>
<p><strong>ซิสโก้เน้นสร้างสมดุลย์ในการดำเนินธุรกิจใน 3 เซกเตอร์ โดยมีการเติบโตในส่วนเซอร์วิสโพรวายเดอร์ 42% เอ็นเตอร์ไพร์สหรือองค์กรขนาดใหญ่เติบโตประมาณ 27% และคอมเมอร์เชียลและ SMB เติบโตประมาณ 31% และเมื่อเทียบการเติบโตในธุรกิจ SMB อย่างเดียวมีการเติบโตถึง 38% เมื่อเทียบปีต่อปี</strong></p>
<p>ผู้บริหารซิสโก้กล่าวถึงแผนการทำตลาดครึ่งปีหลัง( กุมภาพันธฺ2551-กรกฏาคม 2551) ว่า จะยังคงเน้นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแง่การสร้างแวลลูจากตัวสินค้าและนำเสนอเป็นโซลูชั่นมากกว่าการทำตลาดโปรดักส์เพียวๆ มองความคุ้มค่าและสร้างโอกาสใหม่ๆให้กับลูกค้าเพื่อให้สามารถหาลูกค้าใหม่ๆได้อีกต่อหนึ่ง</p>
<p>วิสัยทัศน์ของซิสโก้อยู่บนการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีเครือข่ายที่สามารถเชื่อมโยงทุกช่วงชีวิตเข้าด้วยกันหมดได้ (Connected Life) ตามเป้าหมายที่วางไว้ว่าในปี 2010 เทคโนโลยีของซิสโก้จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตคนโดยไม่ได้มองแค่อุปกรณ์อย่างอย่างแต่มุ่งตอบโจทย์ด้านการให้บริการด้วย</p>
<p>ผู้บริหารซิสโก้ยกตัวอย่างรูปแบบ “คอนเน็กซ์ติ้งคอนเซ็ปต์” เช่น การสร้างระบบเชื่อมโยงในโรงพยาบาลทำให้คนไข้สามารถเพลิดเพลินกับการเล่นเกมได้ขณะเดียวกันก็สามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการแพทย์ได้จากระบบคอมพิวเตอร์ที่ต่อเชื่อมไว้ก่อน นับเป็นการสร้างมูลค่าให้กับการทำตลาดให้กับคู่ค้าได้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับมองการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆเช่น Emerging Technologies อย่าง CCTVนอกจากจะเป็นทีวีวงจรปิดแล้ว ก็สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้โดยการพัฒนาเชื่อมโยงกับโมบายเพื่อให้สามารถส่งภาพจาก CCTV ถึงเจ้าหน้าที่หรือตำรวจได้</p>
<p><strong>ผู้บริหารซิสโก้ประมาณการว่า ในครึ่งปีหลังตลาดรวมเน็ตเวิร์กทั้งภาครัฐและเอกชนน่าจะเกิน 1 หมื่นล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตประมาณ 9-10% ซึ่งโดยปกติการขยายตัวของตลาดเน็ตเวิร์คจะเติบโตเป็น 2 เท่าของการ GDP<br />
</strong><br />
ในครึ่งปีหลังซิสโก้ตั้งเป้าจะเติบโตประมาณ 25 % โดยจะยังมุ่งสานต่อโครงการภาครัฐที่ทำมาในครึ่งปีแรกพร้อมมองโอกาสทางการตลาดกับโครงการใหม่ๆ พร้อมกับการจับตลาดที่มีการเติบโตสูงอย่าง SMB ในกลุ่มของผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นต้องใช้ PC ประมาณ 20-250 เครื่อง โดยคาดว่าตลาดกลุ่มนี้จะมีมูลค่าประมาณ 84 ล้านเหรียญต่อปี โอกาสในการสร้างตลาดยังมีอีกมากโดยเฉพาะใน 11 หัวเมืองใหญ่มีโอกาสโอกาสทางการตลาดถึง 60% ขณะที่เป้าหมายการเติบโตโดยรวมของซิสโก้ทั้งปีตั้งไว้ที่ 20 %</p>
<p>ที่มา : ผู้จัดการ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.h057ing.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ลือยาฮูอาจร่วมมือกับกูเกิล แทนขายหุ้นให้ไมโครซอฟท์</title>
		<link>http://blog.h057ing.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b9.html</link>
		<comments>http://blog.h057ing.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b9.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Feb 2008 13:26:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวสาร IT]]></category>

		<category><![CDATA[Google]]></category>

		<category><![CDATA[microsoft]]></category>

		<category><![CDATA[yahoo]]></category>

		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>

		<category><![CDATA[ยาฮู]]></category>

		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.h057ing.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b9.html</guid>
		<description><![CDATA[      แหล่งข่าวจากหลังบ้านยาฮูเผย ยาฮูอาจพิจารณาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกูเกิลแทนการขายบริษัทให้ไมโครซอฟท์เป็นเงิน 4.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับช่าวซีอีโอกูเกิลเปิดฉากจับเข่าคุยกับซีอีโอยาฮู เพื่อเจรจาข้อแลกเปลี่ยนให้ซีอีโอยาฮูไม่เดินตามข้อเสนอของไมโครซอฟท์ เนื่องจากหวาดกลัวว่าไมโครซอฟท์จะสร้างอิทธิพลในตลาดอินเทอร์เน็ตเหมือนที่เคยทำกับตลาดคอมพิวเตอร์พีซี
สำนักข่าวรายเตอร์ส อ้างแหล่งข่าวจากบริษัทยาฮู 2 รายไม่เปิดเผยนาม ว่าทีมบริหารยาฮูกำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกูเกิลแทนการขายบริษัทให้ไมโครซอฟท์ ซึ่งออกมาเปิดเผยตัวเลขเสนอซื้อที่ 4.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐหรือ 31 เหรียญต่อหุ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากยาฮูเชื่อว่าการขายบริษัทอาจส่งผลแง่ลบต่อภาพพจน์ของบริษัท โดยการเจรจากับกูเกิลที่เกิดขึ้น เป็นการเจรจารอบสองจากที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน
แหล่งข่าวระบุว่า ไม่ได้รับทราบข้อมูลการเสนอซื้อจากค่ายอื่นนอกเหนือจากไมโครซอฟท์ตามที่สื่อรายงาน ทั้งบริษัทสื่อสารอย่างเอทีแอนด์ที (AT&#38;T) บริษัทสื่อบันเทิงอย่างไทม์วอร์เนอร์ (Time Warner) และบริษัทสื่อมวลชนอย่างนิวส์คอร์ป (News Corp.) ล้วนไม่ได้ติดต่อซื้อยาฮูใดๆทั้งสิ้น โดยข้อความที่ทีมผู้บริหารยาฮูส่งถึงพนักงาน ยืนยันว่ายังไม่มีการตัดสินใจใดๆในขณะนี้ และยังไม่มีการเตรียมดำเนินการควบรวมบริษัทอย่างที่เป็นข่าว
ซีอีโอกูเกิลถกซีอีโอยาฮู
สำนักข่าววอลล์สตรีทเจอร์นอลรายงานว่าอีริก ชมิตท์ ซีอีโอกูเกิลนัดพบเจอร์รี่ หยาง ซีอีโอยาฮูเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนกับเสียงปฏิเสธไม่ขายบริษัทให้กับไมโครซอฟท์ของซีอีโอหยาง
แม้เรื่องนี้ทั้งประชาสัมพันธ์ยาฮูและกูเกิลต่างปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ แต่รายงานข่าวที่ออกมาระบุว่า เนื้อหาข้อเสนอจากกูเกิลนั้นไม่ได้อยู่ในรูปของการล้มเลิกการซื้อขายยาฮู จะอยู่ในรูปของการสนับสนุนด้านธุรกิจแทน เช่น การเป็นพันธมิตรโฆษณาออนไลน์ระหว่างกูเกิลและยาฮูโดยกำหนดตัวเลขรายได้ขั้นต่ำ (revenue guarantee) เป็นต้น
นักวิเคราะห์มองว่าการยื้อเวลาให้การซื้อขายบริษัทเกิดขึ้นช้าลงอาจเป็นผลดีกับยาฮู การรอหรือการสนับสนุนให้มีผู้เสนอซื้อรายอื่นอาจทำให้ไมโครซอฟท์ต้องเพิ่มราคาเสนอซื้อจากที่ตั้งไว้ 4.46 หมื่นล้านเหรียญ โดยนักวิเคราะห์การเงินของแซนฟอร์ดซี.เบิร์นสไตน์ นามเจฟฟรีย์ ลินด์เซย์ ระบุว่าการที่ไมโครซอฟท์เสนอซื้อยาฮูในราคา 31 เหรียญต่อหุ้นนั้นถือเป็นการกระทำที่ชาญฉลาด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>      <strong>แหล่งข่าวจากหลังบ้านยาฮูเผย ยาฮูอาจพิจารณาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกูเกิลแทนการขายบริษัทให้ไมโครซอฟท์เป็นเงิน 4.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับช่าวซีอีโอกูเกิลเปิดฉากจับเข่าคุยกับซีอีโอยาฮู เพื่อเจรจาข้อแลกเปลี่ยนให้ซีอีโอยาฮูไม่เดินตามข้อเสนอของไมโครซอฟท์ เนื่องจากหวาดกลัวว่าไมโครซอฟท์จะสร้างอิทธิพลในตลาดอินเทอร์เน็ตเหมือนที่เคยทำกับตลาดคอมพิวเตอร์พีซี</strong></p>
<p>สำนักข่าวรายเตอร์ส อ้างแหล่งข่าวจากบริษัทยาฮู 2 รายไม่เปิดเผยนาม ว่าทีมบริหารยาฮูกำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกูเกิลแทนการขายบริษัทให้ไมโครซอฟท์ ซึ่งออกมาเปิดเผยตัวเลขเสนอซื้อที่ 4.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐหรือ 31 เหรียญต่อหุ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากยาฮูเชื่อว่าการขายบริษัทอาจส่งผลแง่ลบต่อภาพพจน์ของบริษัท โดยการเจรจากับกูเกิลที่เกิดขึ้น เป็นการเจรจารอบสองจากที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน</p>
<p><strong>แหล่งข่าวระบุว่า ไม่ได้รับทราบข้อมูลการเสนอซื้อจากค่ายอื่นนอกเหนือจากไมโครซอฟท์ตามที่สื่อรายงาน ทั้งบริษัทสื่อสารอย่างเอทีแอนด์ที (AT&amp;T) บริษัทสื่อบันเทิงอย่างไทม์วอร์เนอร์ (Time Warner) และบริษัทสื่อมวลชนอย่างนิวส์คอร์ป (News Corp.) ล้วนไม่ได้ติดต่อซื้อยาฮูใดๆทั้งสิ้น โดยข้อความที่ทีมผู้บริหารยาฮูส่งถึงพนักงาน ยืนยันว่ายังไม่มีการตัดสินใจใดๆในขณะนี้ และยังไม่มีการเตรียมดำเนินการควบรวมบริษัทอย่างที่เป็นข่าว</p>
<p>ซีอีโอกูเกิลถกซีอีโอยาฮู</strong></p>
<p>สำนักข่าววอลล์สตรีทเจอร์นอลรายงานว่าอีริก ชมิตท์ ซีอีโอกูเกิลนัดพบเจอร์รี่ หยาง ซีอีโอยาฮูเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนกับเสียงปฏิเสธไม่ขายบริษัทให้กับไมโครซอฟท์ของซีอีโอหยาง</p>
<p><strong>แม้เรื่องนี้ทั้งประชาสัมพันธ์ยาฮูและกูเกิลต่างปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ แต่รายงานข่าวที่ออกมาระบุว่า เนื้อหาข้อเสนอจากกูเกิลนั้นไม่ได้อยู่ในรูปของการล้มเลิกการซื้อขายยาฮู จะอยู่ในรูปของการสนับสนุนด้านธุรกิจแทน เช่น การเป็นพันธมิตรโฆษณาออนไลน์ระหว่างกูเกิลและยาฮูโดยกำหนดตัวเลขรายได้ขั้นต่ำ (revenue guarantee) เป็นต้น</strong></p>
<p>นักวิเคราะห์มองว่าการยื้อเวลาให้การซื้อขายบริษัทเกิดขึ้นช้าลงอาจเป็นผลดีกับยาฮู การรอหรือการสนับสนุนให้มีผู้เสนอซื้อรายอื่นอาจทำให้ไมโครซอฟท์ต้องเพิ่มราคาเสนอซื้อจากที่ตั้งไว้ 4.46 หมื่นล้านเหรียญ โดยนักวิเคราะห์การเงินของแซนฟอร์ดซี.เบิร์นสไตน์ นามเจฟฟรีย์ ลินด์เซย์ ระบุว่าการที่ไมโครซอฟท์เสนอซื้อยาฮูในราคา 31 เหรียญต่อหุ้นนั้นถือเป็นการกระทำที่ชาญฉลาด เนื่องจากข่าวที่ออกมาอาจทำให้มูลค่าหุ้นของยาฮูพุ่งสูงถึง 39-45 เหรียญต่อหุ้น</p>
<p>ไม่เพียงหุ้นของยาฮู หุ้นอื่นในตลาดหลักทรัพย์เอเชียบางส่วนก็ได้รับอานิสงส์จากข่าวเสนอซื้อยาฮูของไมโครซอฟท์ด้วย เช่นหุ้นของบริษัทซอฟต์แบงค์ที่เพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากซอฟต์แบงค์เป็นผู้ถือหุ้นในยาฮูสัดส่วน 3.9 เปอร์เซ็นต์</p>
<p><strong>กูเกิลเสียวโลกออนไลน์เจ๊ง</p>
<p>เดวิด ดรัมมอนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฏหมายของกูเกิล แสดงความคิดเห็นว่าการซื้อบริษัทยาฮูของไมโครซอฟท์มีนัยมากกว่าการทำธุรกรรมการเงินทั่วไป แต่อาจส่งผลถึงความเสรีและการสร้างสรรค์นวัตกรรมซึ่งเป็นสองจุดเด่นของโลกออนไลน์ โดยจุดประกายว่า การซื้อยาฮูอาจทำให้ไมโครซอฟท์สามารถใช้อิทธิพลในทางที่ไม่เหมาะสมและผิดกฎหมายกับโลกอินเทอร์เน็ต เหมือนกับที่เคยทำกับตลาดพีซี</strong></p>
<p>สิ่งที่กูเกิลหวาดกลัว คือการซื้อยาฮูอาจทำให้ไมโครซอฟท์ผูกขาดในตลาดโปรแกรมสนทนาหรือ IM บริการอีเมล และเว็บท่าหรือพอร์ทอล เนื่องจากหากนับรวมฐานลูกค้าของไมโครซอฟท์กับยาฮู ยักษ์ใหญ่อันดับ 2 และ 3 ของโลกอินเทอร์เน็ตรวมกันแล้วถือว่าเป็นสัดส่วนมากพอที่จะผูกขาดตลาด หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริง โลกอินเทอร์เน็ตก็จะมีสภาพไม่ต่างจากตลาดคอมพิวเตอร์พีซีในปัจจุบัน ที่มีไมโครซอฟท์เป็นเบอร์หนึ่งที่มีอิทธิพลในตลาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์มากที่สุด</p>
<p>ไมโครซอฟท์โต้ความเห็นของกูเกิลว่า การควบกิจการจะทำให้ตลาดบริการค้นหาข้อมูลออนไลน์และการโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตนั้นมีการแข่งขันกันมากขึ้น ในทางกลับกัน ไมโครซอฟท์เคารพในความเสรี การสร้างสรรค์นวัตกรรม และสิทธิส่วนบุคคลของอินเทอร์เน็ตเสมอ</p>
<p>ที่มา : ผู้จัดการ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.h057ing.com/%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b9.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ไมโครซอฟท์ทุ่ม4.46หมื่นล.ดอลล์ฮุบยาฮู</title>
		<link>http://blog.h057ing.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1446%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%94.html</link>
		<comments>http://blog.h057ing.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1446%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%94.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 02 Feb 2008 10:51:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวสาร IT]]></category>

		<category><![CDATA[microsoft]]></category>

		<category><![CDATA[yahoo]]></category>

		<category><![CDATA[ยาฮู]]></category>

		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.h057ing.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1446%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%94.html</guid>
		<description><![CDATA[




ไมโครซอฟท์ร่อนจดหมายถึงกรรมการบริหารยาฮู ยักษ์ใหญ่โลกอินเทอร์เน็ตเบอร์สอง เสนอซื้อยาฮูด้วยเงินสดและหุ้นรวมมูลค่า 4.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จุดประสงค์เดียวคือหวังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันบนโลกบริการออนไลน์เพื่อชนกับกูเกิล
จดหมายเสนอซื้อยาฮูของไมโครซอฟท์ถือเป็นวิธีใหม่เพื่อการปราบยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิลที่เหนือความคาดหมายของทุกคน โดยสตีฟ บอลเมอร์ระบุในจดหมายว่าเสนอซื้อยาฮูด้วยราคา 31 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น สูงกว่ามูลค่าปิดตลาดของหุ้นยาฮูเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาถึง 62 เปอร์เซ็นต์
ในจดหมายเน้นย้ำว่า การเสนอซื้อยาฮูครั้งนี้ไม่ได้มีนัยสำคัญด้านการเงิน แต่อยู่ที่โอกาสและความสามารถในการแข่งขันในอนาคต โดยกล่าวพาดพิงถึงกูเกิลว่า ตลาดโฆษณาออนไลน์ที่รุ่งโรจน์นั้นกำลังถูกครอบครองโดยบริษัทเดียว เชื่อว่าการดำเนินงานของยาฮูภายใต้ปีกของไมโครซอฟท์จะช่วยให้ยาฮูสามารถแข่งขันในสมรภูมิรบมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านเหรียญได้ดีขึ้น ซึ่งอาจเติบโตถึง 8 หมื่นล้านเหรียญในปี 2010
ข่าวนี้ส่งให้มูลค่าหุ้นของยาฮูพุ่งสูงขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ทันทีที่ประกาศ โดยการซื้อยาฮูจะทำให้ไมโครซอฟท์มีเสิร์ชเอนจินทรงพลังสำหรับต่อสู้กับกูเกิล พ่วงท้ายด้วยบริการเว็บพอร์ทอลยอดนิยมทั้งอีเมล ร้านขายสินค้า และข่าวสารออนไลน์ จุดนี้ไมโครซอฟท์เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย และอาจนำไปสู่การสร้างโซลูชันเยี่ยมสำหรับผู้บริโภค บริษัทสิ่งพิมพ์ และนักโฆษณาได้เพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะทำให้ยาฮูมีความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น
เสนอซื้อรอบสอง
ตามรายงานจากสำนักข่าวเอพี บอลเมอร์เล่าในจดหมายถึงกรรมการบริหารยาฮู ว่าเคยได้รับจดหมายจากประธานยาฮูเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2007 เนื้อความในจดหมายระบุชัดว่าเวลานั้นไม่ใช่ช่วงที่ควรระดมผู้ถือหุ้นยาฮูมาพิจารณาเรื่องการตัดสินใจควบรวมบริษัท เหตุผลคือกรรมการบริหารของยาฮูให้ความสำคัญกับความสามารถของบริษัทเหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้นจึงอยากรอดูผลความสำเร็จจากกลยุทธ์ที่ยาฮูวางแผนไว้ เช่นโปรเจ็คต์ปานามา (Project Panama) รูปแบบธุรกิจโฆษณาออนไลน์แนวใหม่ของยาฮู และการปรับโครงสร้างบริษัท
&#8220;หนึ่งปีผ่านไป สถานการณ์การแข่งขันของยาฮูไม่ดีขึ้น&#8221; บอลเมอร์ระบุ โดยเชื่อว่าการควบรวมครั้งนี้จะทำให้ยาฮูลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้อย่างน้อย 1 พันล้านเหรียญต่อปี และยื่นข้อเสนอว่าจ้างทีมวิศวกร หัวหน้างาน และพนักงานของยาฮูทั้งทีม
ไมโครซอฟท์เสนอซื้อหุ้นของยาฮูด้วยเงินสดและหุ้นของไมโครซอฟท์ในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง ผู้ถือหุ้นยาฮูสามารถเลือกรับค่าตอบแทนระหว่างสินทรัพย์ทั้งสองได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="118">
<tr>
<td align="center" valign="top" width="118"><a href="http://pics.manager.co.th/Images/551000001480301.JPEG" onclick="ShowImage('http://pics.manager.co.th/ShowImage.html?Image=%2fImages%2f551000001480301.JPEG&#038;Width=271&#038;Height=344', 271, 344); return false;"><img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/551000001480301.JPEG" border="0" height="150" width="118" /></a></td>
</tr>
</table>
<p><strong>ไมโครซอฟท์ร่อนจดหมายถึงกรรมการบริหารยาฮู ยักษ์ใหญ่โลกอินเทอร์เน็ตเบอร์สอง เสนอซื้อยาฮูด้วยเงินสดและหุ้นรวมมูลค่า 4.46 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จุดประสงค์เดียวคือหวังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันบนโลกบริการออนไลน์เพื่อชนกับกูเกิล</strong></p>
<p>จดหมายเสนอซื้อยาฮูของไมโครซอฟท์ถือเป็นวิธีใหม่เพื่อการปราบยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิลที่เหนือความคาดหมายของทุกคน โดยสตีฟ บอลเมอร์ระบุในจดหมายว่าเสนอซื้อยาฮูด้วยราคา 31 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น สูงกว่ามูลค่าปิดตลาดของหุ้นยาฮูเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาถึง 62 เปอร์เซ็นต์</p>
<p><font color="#990000">ในจดหมายเน้นย้ำว่า การเสนอซื้อยาฮูครั้งนี้ไม่ได้มีนัยสำคัญด้านการเงิน แต่อยู่ที่โอกาสและความสามารถในการแข่งขันในอนาคต โดยกล่าวพาดพิงถึงกูเกิลว่า ตลาดโฆษณาออนไลน์ที่รุ่งโรจน์นั้นกำลังถูกครอบครองโดยบริษัทเดียว เชื่อว่าการดำเนินงานของยาฮูภายใต้ปีกของไมโครซอฟท์จะช่วยให้ยาฮูสามารถแข่งขันในสมรภูมิรบมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านเหรียญได้ดีขึ้น ซึ่งอาจเติบโตถึง 8 หมื่นล้านเหรียญในปี 2010</font></p>
<p>ข่าวนี้ส่งให้มูลค่าหุ้นของยาฮูพุ่งสูงขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ทันทีที่ประกาศ โดยการซื้อยาฮูจะทำให้ไมโครซอฟท์มีเสิร์ชเอนจินทรงพลังสำหรับต่อสู้กับกูเกิล พ่วงท้ายด้วยบริการเว็บพอร์ทอลยอดนิยมทั้งอีเมล ร้านขายสินค้า และข่าวสารออนไลน์ จุดนี้ไมโครซอฟท์เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย และอาจนำไปสู่การสร้างโซลูชันเยี่ยมสำหรับผู้บริโภค บริษัทสิ่งพิมพ์ และนักโฆษณาได้เพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะทำให้ยาฮูมีความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น</p>
<p><strong>เสนอซื้อรอบสอง</strong></p>
<p>ตามรายงานจากสำนักข่าวเอพี บอลเมอร์เล่าในจดหมายถึงกรรมการบริหารยาฮู ว่าเคยได้รับจดหมายจากประธานยาฮูเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2007 เนื้อความในจดหมายระบุชัดว่าเวลานั้นไม่ใช่ช่วงที่ควรระดมผู้ถือหุ้นยาฮูมาพิจารณาเรื่องการตัดสินใจควบรวมบริษัท เหตุผลคือกรรมการบริหารของยาฮูให้ความสำคัญกับความสามารถของบริษัทเหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้นจึงอยากรอดูผลความสำเร็จจากกลยุทธ์ที่ยาฮูวางแผนไว้ เช่นโปรเจ็คต์ปานามา (Project Panama) รูปแบบธุรกิจโฆษณาออนไลน์แนวใหม่ของยาฮู และการปรับโครงสร้างบริษัท</p>
<p><strong><font color="#990000">&#8220;หนึ่งปีผ่านไป สถานการณ์การแข่งขันของยาฮูไม่ดีขึ้น&#8221;</font> บอลเมอร์ระบุ โดยเชื่อว่าการควบรวมครั้งนี้จะทำให้ยาฮูลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้อย่างน้อย 1 พันล้านเหรียญต่อปี และยื่นข้อเสนอว่าจ้างทีมวิศวกร หัวหน้างาน และพนักงานของยาฮูทั้งทีม</strong></p>
<p>ไมโครซอฟท์เสนอซื้อหุ้นของยาฮูด้วยเงินสดและหุ้นของไมโครซอฟท์ในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง ผู้ถือหุ้นยาฮูสามารถเลือกรับค่าตอบแทนระหว่างสินทรัพย์ทั้งสองได้ และเชื่อว่าการควบรวมจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2008</p>
<p><strong>ประธานซีเมลลงจากเก้าอี้</strong></p>
<p>ภายในวันเดียวกันที่ไมโครซอฟท์ประกาศซื้อยาฮู เทอร์รี่ ซีเมล ประกาศเปิดหมวกลาเก้าอี้ประธานยาฮูแล้วหลังจากลาออกจากตำแหน่งซีอีโอเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยรอย บอสต็อค หนึ่งในทีมผู้บริหารยาฮูจะเข้ารับช่วงต่อแทน</p>
<p>ยาฮูเผยว่า ซีเมลนั้นวางแผนการออกจากตำแหน่งประธานบริษัทมานานหลายเดือนแล้ว แต่ยังคงดำรงตำแหน่งเพื่อให้บริษัทสามารถคัดเลือกผู้รับช่วงต่อที่เหมาะสม โดยซีเมลในวัย 64 ปีนั้นไม่ได้ทำงานประจำวันในยาฮูเลยตั้งแต่เจอร์รี่ หยาง หนึ่งในผู้ก่อตั้งยาฮูเข้ารับตำแหน่งซีอีโอยาฮูในเดือนมิถุนายน</p>
<p><font color="#990000">&#8220;เมื่อบริษัทกำลังก้าวไปข้างหน้าด้วยผู้นำคนใหม่ ผมเชื่อว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมที่จะก้าวออกจากฐานะกรรมการบริหาร&#8221; ซีเมลกล่าวในแถลงการ<br />
</font><br />
บอสต็อคนั้นมีดีกรีเป็นผู้มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมโฆษณา ได้รับเสียงสนับสนุนจากกลุ่มผู้ถือหุ้นอย่างท่วมท้นในฐานะผู้เข้ารับตำแหน่งแทนซีเมล ด้านซีเมลนั้นเคยติดอันดับซีอีโอที่มีค่าตอบแทนสูงที่สุดอันดับที่ 386 ของบริษัทมหาชนทั่วโลก ซึ่งสำนักข่าวเอพีจัดอันดับเมื่อปี 2006</p>
<p><strong>ก่อนหน้านี้ ยาฮูประกาศแผนลอยแพพนักงานราว 1 พันคนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้บริษัท โดยรายได้ยาฮูประจำปี 2007 นั้นเพิ่มขึ้นราว 8 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเหลือ 660 ล้านเหรียญจาก 751 ล้านเหรียญในปี 2006</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.h057ing.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1446%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%94.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ซิสโก้ฟันธง โลกถึงยุคศูนย์ข้อมูล3.0</title>
		<link>http://blog.h057ing.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%a8%e0%b8%b9.html</link>
		<comments>http://blog.h057ing.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%a8%e0%b8%b9.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 02 Feb 2008 10:49:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวสาร IT]]></category>

		<category><![CDATA[3.0]]></category>

		<category><![CDATA[cisco]]></category>

		<category><![CDATA[Nexus]]></category>

		<category><![CDATA[ซิสโก้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.h057ing.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%a8%e0%b8%b9.html</guid>
		<description><![CDATA[ซิสโก้เปิดตัว 4 โครงข่ายสำคัญเพื่อเตรียมพร้อมเปลี่ยนเข้าสู่ยุคศูนย์ข้อมูล 3.0 หนึ่งในนั้นคือระบบสวิตช์ตระกูล Nexus ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Unified Fabric ที่ซิสโก้มั่นใจว่าจะเป็นแพลตฟอร์มอนาคตต่อจากเครือข่ายความเร็ว 10 กิกะบิตอีเธอร์เน็ต เชื่อคุณสมบัติสุดหรูและความสามารถในการประหยัดพลังงานจะเอาชนะวิกฤตงบประมาณไอทีถูกตัดได้ คุยฟุ้งมีคู่แข่งหลายกลุ่มแต่ไม่มีรายใดสามารถควบรวมตลาดหลายกลุ่มไว้ในผลิตภัณฑ์เดียวได้เหมือนซิสโก้
ราจิฟ รามาสวามิ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ส่วนธุรกิจศูนย์ข้อมูล บริษัท ซิสโก้ซิสเต็มส์ จำกัด อธิบายถึงสาเหตุที่ซิสโก้เชื่อว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคศูนย์ข้อมูล 3.0 ว่ามาจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดไอทีในปัจจุบัน ทั้งในแง่ของความต้องการที่สูงขึ้นเช่นเดียวกับความสามารถของคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์และระบบคอมพิวเตอร์เสมือน สิ่งเหล่านี้ทำให้ศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center ต้องปรับตัวให้มีความสามารถที่หลากหลายมากขึ้น หนทางที่ซิสโก้เชื่อว่าดีที่สุดและจะเป็นทิศทางของศูนย์ข้อมูลในอนาคตคือการทำศูนย์ข้อมูลเสมือน หรือ Virtualization ที่สามารถรวมเครือข่ายอีเธอร์เน็ต (Ethernet) และเครื่อข่ายสตอเรจสำหรับเก็บข้อมูล (SAN) ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นคือการประหยัดพลังงาน งบประมาณ และเวลาในการติดตั้งบนความสามารถที่เพิ่มขึ้น
&#8220;ขณะนี้ความต้องการในตลาดเทียบเท่ายุคศูนย์ข้อมูล 3.0 แล้ว เชื่อว่าปีหน้าจะมีการใช้งานเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล 3.0 แพร่หลายมากขึ้นทั่วโลก ยุคนี้อาจกินเวลา 5-10 ปีข้างหน้า&#8221;
เบอร์นาร์ด ทรูเดล หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล ซิสโก้เอเชียแปซิฟิก กลับไม่คิดเช่นนั้น ทรูเดลเชื่อว่ายุคศูนย์ข้อมูล 3.0 อาจกินเวลายาวนานถึง 20 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ซิสโก้เปิดตัว 4 โครงข่ายสำคัญเพื่อเตรียมพร้อมเปลี่ยนเข้าสู่ยุคศูนย์ข้อมูล 3.0 หนึ่งในนั้นคือระบบสวิตช์ตระกูล Nexus ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Unified Fabric ที่ซิสโก้มั่นใจว่าจะเป็นแพลตฟอร์มอนาคตต่อจากเครือข่ายความเร็ว 10 กิกะบิตอีเธอร์เน็ต เชื่อคุณสมบัติสุดหรูและความสามารถในการประหยัดพลังงานจะเอาชนะวิกฤตงบประมาณไอทีถูกตัดได้ คุยฟุ้งมีคู่แข่งหลายกลุ่มแต่ไม่มีรายใดสามารถควบรวมตลาดหลายกลุ่มไว้ในผลิตภัณฑ์เดียวได้เหมือนซิสโก้</strong></p>
<p>ราจิฟ รามาสวามิ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ส่วนธุรกิจศูนย์ข้อมูล บริษัท ซิสโก้ซิสเต็มส์ จำกัด อธิบายถึงสาเหตุที่ซิสโก้เชื่อว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคศูนย์ข้อมูล 3.0 ว่ามาจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดไอทีในปัจจุบัน ทั้งในแง่ของความต้องการที่สูงขึ้นเช่นเดียวกับความสามารถของคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์และระบบคอมพิวเตอร์เสมือน สิ่งเหล่านี้ทำให้ศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center ต้องปรับตัวให้มีความสามารถที่หลากหลายมากขึ้น หนทางที่ซิสโก้เชื่อว่าดีที่สุดและจะเป็นทิศทางของศูนย์ข้อมูลในอนาคตคือการทำศูนย์ข้อมูลเสมือน หรือ Virtualization ที่สามารถรวมเครือข่ายอีเธอร์เน็ต (Ethernet) และเครื่อข่ายสตอเรจสำหรับเก็บข้อมูล (SAN) ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นคือการประหยัดพลังงาน งบประมาณ และเวลาในการติดตั้งบนความสามารถที่เพิ่มขึ้น</p>
<p><strong>&#8220;ขณะนี้ความต้องการในตลาดเทียบเท่ายุคศูนย์ข้อมูล 3.0 แล้ว เชื่อว่าปีหน้าจะมีการใช้งานเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล 3.0 แพร่หลายมากขึ้นทั่วโลก ยุคนี้อาจกินเวลา 5-10 ปีข้างหน้า&#8221;</strong></p>
<p>เบอร์นาร์ด ทรูเดล หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล ซิสโก้เอเชียแปซิฟิก กลับไม่คิดเช่นนั้น ทรูเดลเชื่อว่ายุคศูนย์ข้อมูล 3.0 อาจกินเวลายาวนานถึง 20 ปี</p>
<p><strong>&#8220;ยุค 1.0 คือยุคของการ Centralized รวมศูนย์กลางเข้าสู่เมนเฟรม ยุค 2.0 คือยุค Decentralized หรือยุคของไคลเอนท์เซิร์ฟเวอร์ เพิ่มหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย LAN, SAN และไฟร์วอลล์จากเดิมที่ศูนย์ข้อมูลทำหน้าที่เชื่อมต่อไอพีเป็นหลัก ยุค 3.0 นี้คือยุคของการ Virtualized เพิ่มหน้าที่การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ ให้บริการแอปพลิเคชันและเชื่อมต่อโครงข่ายที่ต่างกัน&#8221;</strong></p>
<p>ทรูเดลให้ข้อมูลว่า ซิสโก้ใช้งบประมาณในการิจัยและพัฒนาโซลูชันศูนย์ข้อมูล 3.0 เป็นเงิน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี การศึกษาที่ผ่านมาทำให้ซิสโก้เปิดตัว 4 โครงข่ายสำคัญที่จำเป็นต่อการผันตัวสู่ยุค 3.0 ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากทั้งกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และเล็ก</p>
<p><strong>หนึ่งคือสถาปัตยกรรมโครงข่ายใยแก้วรวมศูนย์หรือ Unified Fabric</strong> ความสามารถคือการรวมเครือข่าย Ethernet และเครื่อข่าย SAN ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ซิสโก้เชื่อว่าสถาปัตยกรรมนี้จะมาแทนที่โครงข่ายความเร็ว 40-100GbE (กิกะบิตอีเธอร์เน็ต) ซึ่งเป็นโครงข่ายอนาคตถัดจาก 1-10GbE</p>
<p>&#8220;แม้ศูนย์ข้อมูลจะไม่ต้องใช้พลังงานไฟมาก เพราะเซิร์ฟเวอร์และระบบเก็บข้อมูลต้องการไฟเลี้ยงมากกว่า แต่ศูนย์ข้อมูลจะช่วยให้เซิร์ฟเวอร์และสตอเรจเหล่านี้ลดการใช้พลังงานได้ Unified Fabric จะช่วยลดการใช้พลังานในเครือข่ายลง 8% ลดเวลาติดตั้งระบบลงจากเดือนมาเป็นนาที เพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงระบบที่เหนือกว่า และสามารถใช้งานได้ดีกับระบบคอมพิวเตอร์เสมือนทั้งหลายในยุคนี้&#8221;</p>
<table align="right" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0">
<tr>
<td width="5"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" height="1" width="5" /></td>
<td align="center" valign="top">
<table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="120">
<tr>
<td align="center" valign="top"><a href="http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=892958" onclick="ShowImage('/asp-bin/ShowImage.aspx?ID=892958&#038;Width=400&#038;Height=500', 400, 500); return false;" class="Image">คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น</a></td>
</tr>
<tr>
<td align="center" valign="top" width="120"><a href="http://pics.manager.co.th/Images/551000001383801.JPEG" onclick="ShowImage('http://pics.manager.co.th/ShowImage.html?Image=%2fImages%2f551000001383801.JPEG&#038;Width=400&#038;Height=500', 400, 500); return false;"><img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/551000001383801.JPEG" border="0" height="150" width="120" /></a></td>
</tr>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td align="center" height="5" valign="top"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" height="5" width="1" /></td>
</tr>
</table>
<p><strong>สองคือระบบสวิตช์แพลตฟอร์มใหม่ Nexus 7000 Series</strong> เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สวิตช์รุ่นแรกในตระกูล Nexus รองรับความเร็วการเชื่อมต่อ 15 เทราบิตต่อวินาที ราคาเริ่มที่ 75,000 เหรียญสหรัฐ เริ่มวางจำหน่ายทั่วไปไตรมาสสองปีนี้</p>
<p>&#8220;Nexus มีความหมายว่า Intersection of VAN and SAN ตัว 7000 Series เราใช้งบประมาณพัฒนา 250 ล้านเหรียญ เชื่อว่าธุรกิจขนาดใหญ่และ SMB ที่มีคอนเทนท์มากมายในมือจะให้ความสนใจ&#8221;</p>
<p><strong>สามคือระบบปฏิบัติการ NX-OS</strong> เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับศูนย์ข้อมูลตัวแรกที่สามารถรองรับโปรโตคอลหลายชนิด ถูกติดตั้งในสวิตช์ 7000 Series ด้วย รองรับการอัปเกรดระบบแบบเรียลไทม์ เป็นการพัฒนาต่อยอดจากลินุกซ์ และ<strong>สี่คือโปรแกรม Data Center Network Manager (DCNM)</strong> โปรแกรมบริหารระบบครบวงจรแบบรวมศูนย์ สามารถรองรับระบบเชื่อมต่อ L2, L3, Fibre Channal และ Unified Fabric</p>
<p>ราจิฟให้ข้อมูลว่า รายรับราว 20% ของซิสโก้นั้นมาจากธุรกิจจำหน่ายระบบสวิตช์ ซิสโก้สามารถครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ในตลาดโครงข่ายความเร็ว 10GbE เอเชียแปซิฟิกประจำปี 2007 จากมูลค่าตลาดโลก 119 ล้านเหรียญสหรัฐ</p>
<p>สำหรับคู่แข่ง ทรูเดลมองว่าซิสโก้มีคู่แข่งไม่ซ้ำรายในตลาดสวิตช์และสตอเรจ แต่ไม่มีคู่แข่งรายใดที่สามารถเข้าสู่ตลาดรวมเช่นที่ซิสโก้ทำวิจัยและพัฒนาจนสามารถสร้างเทคโนโลยีโครงข่ายรวมศูนย์นี้ได้ โดยตลาดประเทศไทยยังคงอยู่ระหว่างการพัฒนาเข้าสู่ยุค 3.0 มองว่าธุรกิจธนาคารและธุรกิจให้บริการ service provider คือธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีศูนย์ข้อมูลล้ำหน้ากว่าธุรกิจอื่น ภาพโดยรวมไม่ต่างจากประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียน</p>
<p><strong>&#8220;ปัญหาเศรษฐกิจอาจทำให้บริษัทตัดงบประมาณลงทุนด้านไอทีลง แต่เชื่อว่าหลายบริษัทกำลังหาหนทางใช้เทคโนโลยีมาประหยัดต้นทุนการดำเนินงานเช่นกัน ซิสโก้เชื่อว่าโซลูชันของเราสามารถช่วยให้องค์กรประหยัดต้นทุน และสนับสนุนให้ธุรกิจมีความสามารถด้าน Productivity มากขึ้น&#8221;</strong></p>
<p>สำหรับทิศทางศูนย์ข้อมูล 4.0 ในอนาคต ทั้งราจิฟและทรูเดลมีความเห็นตรงกันว่า อาจจะอยู่ในรูปของ Utility Computing หรือการคำนวณที่อยู่ในรูปสาธารณูปโภค ผู้บริโภคสามารถใช้งานข้อมูลได้โดยไม่ต้องกังวลกับทรัพยากรระบบ เช่นเดียวกับที่ผู้บริโภคสามารถใช้ไฟฟ้าโดยไม่ต้องมีโรงไฟฟ้าเป็นของตัวเอง โดยทรูเดลเชื่อว่าอาจอยู่ในรูปของสังคมหรือ Community แทนการอยู่ในรูปของบริการเช่นปัจจุบัน</p>
<p>ที่มา : ผู้จัดการ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.h057ing.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%a8%e0%b8%b9.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>2008 ปีทองของเทคโนโลยีผลิใบ</title>
		<link>http://blog.h057ing.com/2008-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%83.html</link>
		<comments>http://blog.h057ing.com/2008-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%83.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Jan 2008 23:01:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวสาร IT]]></category>

		<category><![CDATA[]]></category>

		<category><![CDATA[2008]]></category>

		<category><![CDATA[Blu-ray]]></category>

		<category><![CDATA[DDR3]]></category>

		<category><![CDATA[HD DVD]]></category>

		<category><![CDATA[High Def]]></category>

		<category><![CDATA[High Density HDD]]></category>

		<category><![CDATA[IT]]></category>

		<category><![CDATA[Super PC]]></category>

		<category><![CDATA[USB 3.0 ซูเปอร์ไฮเวย์]]></category>

		<category><![CDATA[การ์ดจอระดับเทพ]]></category>

		<category><![CDATA[มัลติโพรเซสเซอร์]]></category>

		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.h057ing.com/2008-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%83.html</guid>
		<description><![CDATA[เผลอแป๊บเดียวก็จะถึงสิ้นปีกันอีกแล้ว ในช่วงปี 2007 ที่ผ่านมา มีหลายสิ่งเกิดขึ้นในวงการไอทีและโลกไซเบอร์มากมาย ยังไม่นับรวมนวัตกรรมไฮเทคอีกเป็นกุรุสๆ ที่ทยอยตบเท้ากันออกมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกกลมๆ ใบนี้
ผมจะขอพูดถึงโลกไอทีเพียงอย่างเดียวละกันครับ เพราะแค่วงการนี้วงการเดียวก็มีอะไรให้เขียนเพียบเลย ซึ่งในปี 2008 คุณจะได้เห็นเทคโนโลยีและสินค้าไอทีหลากหลายชนิด ที่ถูกพัฒนาให้มีคุณสมบัติและความสามารถมากขึ้น รวมถึงใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในกระบวนการผลิต แน่อนว่าบางตัวก็ถือเป็นนวัตกรรมที่เพิ่งจะคลอดออกมาสดๆ ร้อนๆ ก็มี ซึ่งผมได้รวบรวมความไฮเทคทั้งหลายมาในบทความนี้แล้ว ไปติดตามอัพเกรดเทคโนโลยีพร้อมๆ กันเลยครับ 
Super PC&#8230;มากกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
PC หรือ Personal Computer ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลสำหรับผู้ใช้ตามบ ้านทั่วๆ ไป แต่วันนี้ คำว่า ‘PC’ อาจใช้นิยามระบบประมวลผลส่วนบุคคลไม่ได้แล้ว เพราะด้วยความสามารถ และความแรงของมันที่เก๋าเกินกว่าจะใช้งานภายในบ้านเพียงอย่างเด ียว ในปี 2008 คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจะมีประสิทธิภาพในการประมวลผลที่สูงขึ้นอี กหลายเท่า ด้วยองค์ประกอบฮาร์ดแวร์ที่ถูกอัพเกรดเทคโนโลยีใหม่เข้ามาดังต่ อไปนี้
มัลติโพรเซสเซอร์ : คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ในปี 2008 จะถูกเปลี่ยนสมองกลอย่างซีพียู จากเดิมที่ใช้ซีพียูแบบซิงเกิลคอร์ ไปเป็นมัลติคอร์ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ มีหลายซีพียูย่อยๆ ในซีพียูเดียว บริษัท อินเทล ถือเป็นเจ้าพ่อและยังคงเป็นผู้นำ ในแพลตฟอร์มมัลติคอร์หรือดูอัลซีพียู ทิ้งให้เอเอ็มดีวิ่งตามอยู่ไม่ไกลนัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เผลอแป๊บเดียวก็จะถึงสิ้นปีกันอีกแล้ว ในช่วงปี 2007 ที่ผ่านมา มีหลายสิ่งเกิดขึ้นในวงการไอทีและโลกไซเบอร์มากมาย ยังไม่นับรวมนวัตกรรมไฮเทคอีกเป็นกุรุสๆ ที่ทยอยตบเท้ากันออกมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกกลมๆ ใบนี้</p>
<p>ผมจะขอพูดถึงโลกไอทีเพียงอย่างเดียวละกันครับ เพราะแค่วงการนี้วงการเดียวก็มีอะไรให้เขียนเพียบเลย ซึ่งในปี 2008 คุณจะได้เห็นเทคโนโลยีและสินค้าไอทีหลากหลายชนิด ที่ถูกพัฒนาให้มีคุณสมบัติและความสามารถมากขึ้น รวมถึงใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในกระบวนการผลิต แน่อนว่าบางตัวก็ถือเป็นนวัตกรรมที่เพิ่งจะคลอดออกมาสดๆ ร้อนๆ ก็มี ซึ่งผมได้รวบรวมความไฮเทคทั้งหลายมาในบทความนี้แล้ว ไปติดตามอัพเกรดเทคโนโลยีพร้อมๆ กันเลยครับ<strong> <img src="http://www.arip.co.th/images///2550/ctm/322/up1.jpg" style="width: 102px; height: 150px" align="right" height="150" hspace="5" width="102" /></strong></p>
<p><strong>Super PC&#8230;มากกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล</strong></p>
<p>PC หรือ Personal Computer ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลสำหรับผู้ใช้ตามบ ้านทั่วๆ ไป แต่วันนี้ คำว่า ‘PC’ อาจใช้นิยามระบบประมวลผลส่วนบุคคลไม่ได้แล้ว เพราะด้วยความสามารถ และความแรงของมันที่เก๋าเกินกว่าจะใช้งานภายในบ้านเพียงอย่างเด ียว ในปี 2008 คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจะมีประสิทธิภาพในการประมวลผลที่สูงขึ้นอี กหลายเท่า ด้วยองค์ประกอบฮาร์ดแวร์ที่ถูกอัพเกรดเทคโนโลยีใหม่เข้ามาดังต่ อไปนี้</p>
<p><strong>มัลติโพรเซสเซอร์ : </strong>คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ในปี 2008 จะถูกเปลี่ยนสมองกลอย่างซีพียู จากเดิมที่ใช้ซีพียูแบบซิงเกิลคอร์ ไปเป็นมัลติคอร์ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ มีหลายซีพียูย่อยๆ ในซีพียูเดียว บริษัท อินเทล ถือเป็นเจ้าพ่อและยังคงเป็นผู้นำ ในแพลตฟอร์มมัลติคอร์หรือดูอัลซีพียู ทิ้งให้เอเอ็มดีวิ่งตามอยู่ไม่ไกลนัก โดยผู้ใช้ที่กำลังซื้อเครื่องใหม่ หรือต้องการอัพเกรดเครื่องใหม่ จะเลือกใช้ซีพียูแบบหลายคอร์เป็นหลัก ส่วนแนวโน้มที่ผู้ใช้จะกระโดดมาที่ Quard-Core เลยนั้นก็มีสูงทีเดียว ซึ่งในปีหน้า ทั้งอินเทลและเอเอ็มดีต่างก็เตรียมแพลตฟอร์มซีพียูดังกล่าวเอาไ ว้รองรับอีกหลายรุ่นทีเดียว</p>
<p style="text-align: center"><img src="http://www.arip.co.th/images///2550/ctm/322/up2.jpg" style="width: 120px; height: 105px" height="105" width="120" />          <img src="http://www.arip.co.th/images///2550/ctm/322/up3.jpg" style="width: 150px; height: 105px" height="105" width="150" /></p>
<p><strong>DDR3</strong> มาแล้ว : หน่วยความจำหลักของเครื่องกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของความเร็วไปอ ีกขึ้น หลังจากผู้ผลิตเมนบอร์ดหลายรายเริ่มเดินเครื่องกับหน่วยความจำ DDR3 บนบอร์ดของตนเอง โดยไม่รอให้ผู้ผลิตแรมแผงได้เป็นผู้กำหนดช่วงเวลาในการออกแรมตั วใหม่ตามเดิม ทำให้ตลาดคอมพิวเตอร์กลับมาคึกคักเหมือนเดิม เนื่องจากผู้บริโภคจะได้ใช้แรม DDR3 เร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งล่าสุดแรม DDR3 ก็มีวางจำหน่ายแล้วนะครับ แต่ค่าตัวยังแพงอยู่มาก ดังนั้น ช่วงปีหน้านี้ ตลาดแรมจะชูโรงไปที่ DDR3 เป็นหลัก ส่วนแรม DDR2 จะถูกปรับราคาลดลงมาอีก ใครที่ยังคงใช้เทคโนโลยีเก่าก็เตรียมได้เฮกับราคาสินค้าที่ถูกล ง ส่วนใครที่เกาะแต่กระแสเทคโนโลยีใหม่ๆ ปีหน้าได้สมใจคุณแน่ครับ<img src="http://www.arip.co.th/images///2550/ctm/322/up4.jpg" style="width: 150px; height: 100px" align="right" height="100" hspace="5" width="150" /></p>
<p><strong>USB 3.0 ซูเปอร์ไฮเวย์ </strong>: ใครที่คิดว่าพอร์ต USB 2.0 เริ่มโอนถ่ายข้อมูลได้เร็วไม่ถึงใจละก็ ปี 2008 คุณจะได้ยิ้มแก้มฉีกแน่ เพราะเทคโนโลยีของ USB 3.0 กำลังจะมาให้ใช้งานกันแล้ว ด้วยอัตราเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลในระดับ 4.8Gbps หรือเร็วกว่า USB 2.0 ประมาณ 10 เท่า (USB2.0 = 480Mbps) ทำให้การรับส่งไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ๆ ระดับกิกะไบต์ ทำได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่ยังมีค่าตัวที่แพงอยู่มาก เพราะใช้เทคโนโลยีของไฟเบอร์ออปติกมาทำงานร่วมกับสายทองแดง เป็นผลให้กระบวนการผลิตออกมาเป็นการ์ดอะแดปเตอร์ หรือ USB ฮับจึงมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในปีหน้าผู้ผลิตเมนบอร์ดชั้นนำหลายราย คงได้นำเอาเทคโนโลยีของ USB 3.0 มาติดตั้งไว้ในเมนบอร์ดด้วย ซึ่งรวมไปถึงผู้ผลิตคอมพิวเตอร์แบรนด์ดังต่างๆ ด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong>High Density HDD :</strong> ปี 2008 คอมพิวเตอร์ตามบ้านจะมีฮาร์ดดิสก์ลูกใหญ่ขึ้นกว่าเดิม (ความจุ) และมีมากกว่าหนึ่งตัวด้วย ซึ่งที่ความจุระดับหนึ่งเทราไบต์ (1,000 กิกะไบต์) จะได้รับความนิยมจากผู้ใช้มาก เนื่องจากพฤติกรรมในการใช้ไฮสปีดอินเทอร์เน็ตบ้านเราเน้นการดาว น์โหลดไฟล์มาเก็บไว้ในเครื่องค่อนข้างมาก โดยเฉพาะพวกที่ชอบโหลดบิตหรือแชร์ไฟล์แบบ P2P จำเป็นต้องหาฮาร์ดดิสก์ลูกใหญ่ๆ เข้าไว้ และที่ผมกระโดดข้ามระดับความจุ 500-700 กิกะไบต์ ไปก็เพราะว่าเมื่อเทียบกับราคาและความคุ้มค่าแล้ว กัดฟันเพิ่มเงินอีกสักหน่อยก็ได้ฮาร์ดดิสก์เทราไบต์มาครอบครองแ ล้ว โดยฮาร์ดดิสก์แบบ IDE จะค่อยๆ หายไปจากตลาด แน่อนว่าเมื่อมันหาซื้อยากขึ้น ราคาก็ถีบตัวสูงขึ้นไปด้วย ใครที่มีควมจำเป็นต้องใช้ก็รีบๆ ซื้อเก็บไว้ก่อนก็จะดีครับ เพราะในปีหน้าราคามันจะแพงกว่าเดิม</p>
<p style="text-align: center"><img src="http://www.arip.co.th/images///2550/ctm/322/up5.jpg" style="width: 300px; height: 185px" height="185" width="300" /></p>
<p><strong>การ์ดจอระดับเทพ :</strong> ถ้าคุณเป็นคอเกมตัวจริงละก็ ปีหน้าค่ายเกมต่างๆ จะส่งเกมที่พัฒนาภายใต้ DirectX 10 ออกมาเป็นดอกเห็ด แน่นอนว่าเกมพวกนี้ต้องการฮาร์ดแวร์ของเครื่องที่สูงปรี๊ด คุณอาจต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่เลยก็ได้หากต้องการเล่นเกมในระดับ เทพพวกนี้ และที่สำคัญการ์ดจอของคุณก็ต้องอยู่ในระดับเทพด้วยเช่นกัน ในปีหน้า ผู้ผลิตการ์ดจอจะอัดแรมมาให้มากกว่าเดิม ตั้งแต่รุ่นเล็กๆ ไปจนถึงรุ่นใหญ่จะมีแรมที่เพิ่มขึ้น โดยจะเลือกใช้แรม GDDR4 กับการ์ดจอรุ่นใหม่ๆ มากขึ้นด้วย ส่วนชิปกราฟิกตัวใหม่ๆ ในปีหน้า ทั้ง nVIDIA และ ATi ต่างก็การันตีมาว่ามีเซอร์ไพรซ์ให้เห็นแน่ ใครที่เป็นสาวกของค่ายไหน หรือยังมีใจโลเลไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ปี 2008 จะได้รู้กันว่าใครจะเจ๋งกว่ากัน!</p>
<p style="text-align: center"><img src="http://www.arip.co.th/images///2550/ctm/322/up6.jpg" style="width: 240px; height: 180px" height="180" width="240" /></p>
<p><strong>Blu-ray &amp; HD-DVD in PC :</strong> และแล้วแผ่นซีดีก็กำลังกลายเป็น Dog (หัวเน่า) ซึ่งตกอยู่ในชะตากรรมแบบเดียวกับแผ่นฟลอปปี้ดิสก์ในอดีต เมื่อเทคโนโลยีใหม่เข้ามาก็ถึงเวลาที่ของเดิมต้องเดินจากไป แต่ก็ไม่ถึงขนาดว่าหายหน้าหายตาไปเลยนะครับ แผ่นซีดีจะถูกใช้งานน้อยลงเรื่อยๆ เพราะว่ามีแฟลชไดรฟ์ที่ใช้ง่ายและสะดวกกว่ามาทำหน้าที่แทนได้อย ่างลงตัว ซึ่งปัจจุบันแฟลชไดรฟ์ก็เพิ่มความจุมาถึง 4 กิกะไบต์ กันแล้ว แถมยังมีราคาที่ไม่แพงด้วย ส่วนแผ่นดีวีดีนั้นยังมีชีวิตยืนยาวไปได้อีกนานพอตัวครับ เนื่องจากยังคงเป็นฟอร์แมตที่วงการภาพยนตร์ทั่วโลกให้การสนับสน ุนอยู่ แต่เรื่องนี้ก็ไม่แน่นะครับ เพราะล่าสุดไดรฟ์ Blu-ray และ HD-DVD สำหรับคอมพิวเตอร์ได้วางตลาดเป็้นที่เรียบร้อยแล้ว รอให้ราคาถูกลงมาหน่อย รับรองว่าต้องมีใครดาวน์โหลดหนัง Hi-Def จากเน็ตมาไรท์ลงแผ่นพวกนี้แน่ แต่ถ้าคุณคิดจะดูหนังจากแผ่น Blu-ray และ HD-DVD บนเครื่องคอมพิวเตอร์ละก็ ขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าสเปกเครื่องต้องแรงพอตัวเชียวล่ะ ตั้งแต่ซีพียู การ์ดจอ แรม ฮาร์ดดิสก์ เอาเป็นว่ารอดูปีหน้ากันดีกว่าครับ ราคาของไดรฟ์และแผ่นพวกนี้จะแพงขึ้นหรือว่าถูกลงกันแน่!</p>
<p style="text-align: center"><img src="http://www.arip.co.th/images///2550/ctm/322/up7.jpg" style="width: 300px; height: 258px" height="258" width="300" /></p>
<p><strong>High Def แพร่ระบาด</strong></p>
<p>โลกของภาพและเสียงที่มีความละเอียด ความคมชัด และมีสีสันดุจธรรมชาติ กำลังเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของอุปกรณ์ไอทีไปแล้ว ตั้งแต่จอภาพ กล้องวิดีโอ กล้องดิจิตอล เครื่องพิมพ์ เครื่องฉายภาพ ฯลฯ</p>
<p>Hi-Def หรือ High Definition ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกดิจิตอลให้มีควา มสมจริงขึ้นเรื่อยๆ เมื่ก่อนเราอาจจะคุ้นเคยกับระบบอะนาล็อกเชยๆ ที่กลายเป็นเทคโนโลยีล้าสมัยไปแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ โลกของดิจิตอลมีอะไรใหม่ๆ ให้เราได้สัมผัสอยู่เสมอ ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นไป สินค้าไอที เอวี จะยกระดับตัวเองขึ้นมาอยู่ในโลกของ Hi-Def มากขึ้น เรียกว่าเป็นคุณสมบัติพื้นฐานไปเลยก็ว่าได้ ไปดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง ?</p>
<p><strong>จอภาพ Hi-Def :</strong> ไม่ว่าจะเป็น LCD มอนิเตอร์ หรือ LCD TV ในอนาคตอันใกล้นี้จะรองรับการแสดงผลแบบ Hi-Def ได้ทั้งหมด เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ จะว่าไปแล้วก็เกิดขึ้นมานานพอตัว ดังนั้น การนำมาเป็นองค์กอบพื้นฐานของจอแสดงผลทั่วไปจึงไม่ใช่เรื่องแปล กอะไร จอภาพแบบ Hi-Def สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป นอกจากช่วยให้คุณดูภาพยนตร์ในระดับ Hi-Def แบบเต็มตาและเต็มคุณภาพแล้ว งานตัดต่อวิดีโอแบบ Hi-Def ก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย เพราะสามารถแสดงคุณภาพวิดีโอแบบ Hi-Def ได้เลยบนหน้าจอคอมพ์ ที่สำคัญยังช่วยให้คุณไม่ต้องซื้อชุดโฮมเธียเตอร์ราคาแพงๆ ให้เปลืองเงินอีกด้วย มีคอมพ์เครื่องเดียว ทำได้ทุกอย่าง</p>
<p><strong></p>
<p style="text-align: center"><img src="http://www.arip.co.th/images///2550/ctm/322/up8.jpg" style="width: 233px; height: 200px" height="200" width="233" /><img src="http://www.arip.co.th/images///2550/ctm/322/up9.jpg" style="width: 267px; height: 200px" height="200" width="267" /></p>
<p></strong></p>
<p><strong>กล้องวิดีโอ Hi-Def :</strong> เทคโนโลยีของ Hi-Def ไม่ได้มีแต่เฉพาะจอภาพเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงระบบบันทึกภาพและเสียงด้วย ซึ่งปัจจุบัน กล้องวิดีโอที่สามารถบันทึกภาพในระดับ Hi-Def มีออกมาหลายยี่ห้อแล้ว ความแตกต่างของกล้องวิดีโอทั่วไป ที่ไม่รองรับการบันทึกภาพวิดีโอระดับสูง กับกล้องวิดีโอ Hi-Def ก็อยู่ที่ความคมชัดของภาพและเสียงนั่นเอง กล้องวิดีโอ Hi-Def สามารถบันทึกภาพวิดีโอขนาดใหญ่ที่ความละเอียดสูงๆ ได้สบายๆ เหมาะสำหรับงานประเภทที่ต้องเน้นคุณภาพเป็นหลัก โดยไม่จำเป็นต้องใช้กล้องวิดีโอราคาแพงๆ เลย นอกจากกล้องวิดีโอ Hi-Def แล้ว ตอนนี้กล้องดิจิตอลความละเอียดระดับ 20 ล้านพิกเซล ก็กำลังทยอยออกมา ซึ่งสามารถบันทึกภาพขนาดใหญ่ที่ความละเอียดสูงๆ ได้โดยภาพไม่แตก ซึ่งจะเรียกว่าเป็นการบันทึกภาพถ่ายแบบ Hi-Def ก็คงไม่ผิดอะไรนัก เพราะแสดงถึงนิยามแห่งความคมชัดสูงเช่นกัน</p>
<p><strong>Hi-Def Photo :</strong> ต้องยอมรับว่าไฟล์สกุล JPEG เป็นไฟล์ภาพที่ได้รับความนิยมสูงสุด ถึงแม้จะได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ปี 1994 แล้วก็ตาม แต่วันนี้ไฟล์ JPEG ยังคงถูกใช้งานมากที่สุด และไม่มีทีท่าว่าผู้ใช้จะเปลี่ยนใจไปหาฟอร์แมตใหม่ๆ เลย สำหรับ มาตรฐานใหม่อย่าง HD Photo นั้น เดิมทีถูกเรียกว่า “Windows Media Photo” หรือว่า Photon เป็นไฟล์ภาพสกุลใหม่ (นามสกุล .wdp และ .hdp) โดยใช้เวลาในการพัฒนายาวนานถึง 6 ปี ด้วยกัน เพื่อใช้กับมาตรฐานไฟล์ใหม่บนระบบไมโครซอฟท์ โดยลักษณะของไฟล์ภาพนั้นจะถูกบีบอัดให้มีความสูญเสียของภาพน้อย ที่สุดเมื่อเทียบกับภาพต้นฉบับ ปัจจุบัน ไมโครซอฟท์ได้นำไฟล์ภาพสกุลใหม่นี้มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft XPS documents โดยติดตั้งโค้ดผ่านโปรแกรม .NET Framework 3.0 หลักการของ HD Photo ค่อนข้างล้ำหน้ากว่ามาตรฐานการบีบอัดไฟล์ภาพที่ใช้กันอยู๋ในปัจ จุบันพอสมควร นั่นก็คือ ในการบีบอัดและคลายไฟล์ภาพนั้นจะใช้ระบบ Integer operation ซึ่งต่างจากหลักการแบ่งแยกไฟล์ออกเป็นไฟล์ย่อยๆ เหมือนที่เคยใช้กันมาตลอด (Divided operation) ทำให้ขั้นตอนของการบีบอัดและคลายไฟล์นั้นทำได้เร็วกว่าระบบเดิม</p>
<p style="text-align: center"><img src="http://www.arip.co.th/images///2550/ctm/322/up10.jpg" style="width: 300px; height: 199px" height="199" width="300" /></p>
<p>นอกจากนี้ ฟอร์แมตดังกล่าวยังสนับสนุนเฉดสีที่เป็น Monochrome, RGB, CMYK, RGBE Radiance หรือว่า “n-channel color” ด้วยลักษณะของฟอร์แมตที่สนับสนุนให้ 1 ไฟล์สามารถมีหลายภาพได้ ทำให้ในการถอดรหัสหรือว่า ดีโค้ด (decode) ภาพนั้นไม่จำเป็นต้องถอดรหัสภาพทั้งหมด เมื่อเทียบกับไฟล์ภาพที่เป็นฟอร์แมต JPEG 2000 แล้ว HD Photo จะสามารถบีบอัดไฟล์ได้มากกว่า 2.5 เท่า โดยสูญเสียรายละเอียดของภาพน้อยที่สุดด้วย คาดว่าในช่วงปี 2008 เป็นต้นไปจะมีแอพพลิเคชัน และอุปกรณ์ดิจิตอลหลายตัวด้วยกันที่สนับสนุนไฟล์ภาพชนิดนี้</p>
<p><strong>โฉมหน้าใหม่ของอุปกรณ์ Input/Output</strong></p>
<p><img src="http://www.arip.co.th/images///2550/ctm/322/up11.jpg" style="width: 300px; height: 225px" height="225" width="300" /></p>
<p>ถ้าจะไม่พูดถึงเรื่องของอุปกรณ์ อินพุต/เอาต์พุต เลยก็คงไม่ได้ เพราะในปีหน้าเราจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ในส่วนนี้ด้วย โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เรียกว่า มัลติ-ทัชสกรีน จะเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น จอภาพอัจฉริยะที่แสดงผลไปด้วย รับคำสั่งไปด้วยในตัว</p>
<p>มัลติ-ทัชสกรีน ไม่ใช่ของใหม่ แต่ก็ไม่เก่าเกินไปที่จะนำมาพูดถึง เพราะถูกพัฒนามายาวนานแล้ว จากความสำเร็จของจอภาพทัชสกรีนธรรมดาๆ ที่รองรับการสัมผัสหรือการกดได้เพียงจุดเดียวต่อการสั่งงานหนึ่ งครั้ง ก็มาถึงยุคที่จอภาพไม่ได้มีไว้แสดงผลเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์อินพุตสำหรับรับคำสั่งต่างๆ ด้วย สำหรับเรื่องนี้ คงต้องยกเครดิตให้กับไมโครซอฟท์ ที่เตรียมส่งผลิตภัณฑ์ มัลติ-ทัชสกรีน ในรูปแบบของโต๊ะอัจฉริยะ หรือ Intelligence Table ที่พัฒนาขึ้นมาภายใต้โครงการณ์ Microsoft Surface ซึ่งจะวางตลาดในช่วงปีหน้า ด้วยราคาเรือนแสน แต่เชื่อว่าต้องมีคนซื้อไปใช้แน่ๆ เทคโนโลยีของ มัลติ-ทัชสกรีน สามารถสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองได้ก็จริง แต่ถ้าจะทำขายในเชิงพาณิชย์ละก็ ตอนนี้คงมีแต่ไมโครซอฟท์เท่านั้นที่สามารถทำได้ และพร้อมทุกอย่าง อดใจรอดูสุดยอดนวัตกรรมนี้ได้ในปีหน้าครับ ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะมีเซอร์ไพรส์ให้เห็นกันด้วย!</p>
<p>ที่มา : ARiP</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.h057ing.com/2008-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%83.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>โตชิบาเผย ยังไง HD DVD ก็เป็นพัฒนาการที่เหนือกว่าของ DVD</title>
		<link>http://blog.h057ing.com/%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87-hd-dvd-%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e.html</link>
		<comments>http://blog.h057ing.com/%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87-hd-dvd-%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Jan 2008 22:56:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวสาร IT]]></category>

		<category><![CDATA[Blu-ray]]></category>

		<category><![CDATA[HD DVD]]></category>

		<category><![CDATA[High Definition]]></category>

		<category><![CDATA[Toshiba]]></category>

		<category><![CDATA[โตชิบา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.h057ing.com/%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87-hd-dvd-%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e.html</guid>
		<description><![CDATA[ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีนะครับว่าเมื่อไม่นานนี้ทางโตชิบาได้หั่นราคาของ HD DVD ลงกระจายมากทั้งนี้เพื่อแข่งขันกับ Blu-ray ซึ่งดูจะได้เปรียบกว่ามากตอนนี้
แน่นอนครับว่าราคานั้นเป็นปัจจัยหลักเลยสำหรับการเลือกซื้อสินค้าของคอนซูมเมอร์ สำหรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งราคาเดิมนั้นจะเป็นดังนี้ครับ รุ่นเริ่มต้น HD A3 นั้นจะอยู่ที่ 149.99 และ HD A30 พร้อมการแสดงผลแบบ HD1080 นั้นจะอยู่ที่ 199.99 เหรียญ และรุ่นไฮเอ็นด์จะอยู่ที่ 299.99 เหรียญ
สำหรับราคาที่ได้หั่นลงมาแล้วจะอยู่ที่ HD A3 ราคา 129.99 เหรียญ HD A30 อยู่ที่ 179.99 เหรียญ ครับ
“เมื่อราคาเป็นหนึ่งในการตัดสินใจสำหรับผู้ที่เริ่มต้นต้องการเปลี่ยนเทคโนโลยี ทำให้เราได้เปลี่ยนแปลง และจากผลการขายในช่วงฮอลิเดย์ที่ผ่านมากนั้นก็ทำให้เราได้รู้ว่าผู้ใช้รู้จัก HD DVD อย่างกว้างขวาง และมีการตัดสินใจซื้อมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าความคุ้มค่าของการเปลี่ยนนั้นเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน”
เมื่อปีที่แล้วยอดการขายในช่วงฮอลิเดย์โตชิบาขายได้ถึง 9 หมื่นเครื่องภายในระยะเพียงแค่ 1 สัปดาห์
และการตลาดอีกอย่างที่โตชิบางัดมาใช้ในครั้งนี้คึือการให้ผู้ใช้เปลี่ยนจาก DVD เดิม มาเป็น HD DVD
“HD DVD เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมในการดูภาพยนต์แบบ High Definition [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีนะครับว่าเมื่อไม่นานนี้ทางโตชิบาได้หั่นราคาของ HD DVD ลงกระจายมากทั้งนี้เพื่อแข่งขันกับ Blu-ray ซึ่งดูจะได้เปรียบกว่ามากตอนนี้</p>
<p>แน่นอนครับว่าราคานั้นเป็นปัจจัยหลักเลยสำหรับการเลือกซื้อสินค้าของคอนซูมเมอร์ สำหรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งราคาเดิมนั้นจะเป็นดังนี้ครับ รุ่นเริ่มต้น HD A3 นั้นจะอยู่ที่ 149.99 และ HD A30 พร้อมการแสดงผลแบบ HD1080 นั้นจะอยู่ที่ 199.99 เหรียญ และรุ่นไฮเอ็นด์จะอยู่ที่ 299.99 เหรียญ</p>
<p>สำหรับราคาที่ได้หั่นลงมาแล้วจะอยู่ที่ HD A3 ราคา 129.99 เหรียญ HD A30 อยู่ที่ 179.99 เหรียญ ครับ<br />
“เมื่อราคาเป็นหนึ่งในการตัดสินใจสำหรับผู้ที่เริ่มต้นต้องการเปลี่ยนเทคโนโลยี ทำให้เราได้เปลี่ยนแปลง และจากผลการขายในช่วงฮอลิเดย์ที่ผ่านมากนั้นก็ทำให้เราได้รู้ว่าผู้ใช้รู้จัก HD DVD อย่างกว้างขวาง และมีการตัดสินใจซื้อมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าความคุ้มค่าของการเปลี่ยนนั้นเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน”</p>
<p>เมื่อปีที่แล้วยอดการขายในช่วงฮอลิเดย์โตชิบาขายได้ถึง 9 หมื่นเครื่องภายในระยะเพียงแค่ 1 สัปดาห์<br />
และการตลาดอีกอย่างที่โตชิบางัดมาใช้ในครั้งนี้คึือการให้ผู้ใช้เปลี่ยนจาก DVD เดิม มาเป็น HD DVD</p>
<p>“HD DVD เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมในการดูภาพยนต์แบบ High Definition และ HD DVD Player ของเรานั้นไม่เพียงมีหนังกว่า 800 เรื่องเท่านั้น เครื่องเล่นนี้ยังช่วยทำให้ DVD ธรรมดา มีคุณภาพของภาพใกล้เคียงกับ High Definition อีกด้วย”</p>
<p>เมื่อทาง Toshiba ได้ออก Press Release ถึงการพัฒนาในการอัพเสกลดีวีดีให้มีความละเอียดถึง 1080 (โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับ True High Definition) ซึ่งด้วยวิธีการนี้จะช่วยยืดอายุของ DVD ออกไปได้อีกด้วย แต่เช่นเดียวกัน Blu-ray Disc Player เช่นในเครื่อง PlayStation 3 เองก็มีคุณสมบัตินี้เช่นเดียวกัน<br />
โตชิบาจะใช้กลยุทธิ์นี้ในการโฆษณาออกไปทางสื่อต่างๆอย่างเช่น โทรทัศน์, สิ่งพิมพ์ และออนไลน์มีเดีย เพื่อชักชวนให้ดีลเลอร์และสตูต่างๆเข่าร่วมแคมเปญจ์</p>
<p>ที่มา : monavista.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.h057ing.com/%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87-hd-dvd-%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9e.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บิล เกตส์ ชี้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จะรุดหน้าใน 5 ปี</title>
		<link>http://blog.h057ing.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%a5-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%ad.html</link>
		<comments>http://blog.h057ing.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%a5-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%ad.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Jan 2008 01:49:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข่าวสาร IT]]></category>

		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>

		<category><![CDATA[บิล เกตส์]]></category>

		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>

		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.h057ing.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%a5-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%ad.html</guid>
		<description><![CDATA[สหรัฐ 8 ม.ค. - บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบ