มีการเปิดเผยจากค่ายผลิตรถยนต์ดาวสามแฉก Mercedes Benz ว่ารถยนต์รุ่น S400 BlueHybrid จะเป็นรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกในตลาดที่ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมไออ้อน

โดยรถยนต์ S400 BlueHybrid รุ่นปี 2009 นั้นจะเป็นรถยนต์แบบไฮบริดรุ่นแรกที่ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมไออ้อน ที่จะมีประสิทธิภาพการใช้งานสูงกว่าแบตเตอรี่แบบนิเกิ้ลเมทัลไฮไดรด์ในหลายๆด้าน เช่นสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ดีกว่า, มีอายุการใช้งานที่นานกว่า และมีความเสถียรในการใช้งานที่สูงกว่าถึงแม้จะใช้ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก แต่อย่างไรก็ตามราคาก็จะสูงขึ้นกว่าแบตเตอรี่นิเกิ้ลเมทัลไฮไดรด์มาก โดย S400 BlueHybrid นั้นจะใช้พลังงานเชื้อเพลิงที่ 30ไมล์ต่อแกลลอน

ที่มา : Pantip News

(0) Comments    Read More   

Intel บริษัทผลิตชิพชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางบริษัทได้มีการผลิตชิพประมวลผลขนาดเล็กรุ่นล่าสุดที่สามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานในการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้กับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือพร้อมกับตั้งชื่อแบนด์ใหม่นี้ว่า Atom

โดยชิพประมวลผลในตระกูล Atom ใหม่นี้ เป็นชิพประมวลผลขนาดเล็กแบบใช้พลังงานต่ำ ซึ่งจะเปรียบเสมือนกับสมองดิจิตอลของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ โดยสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานในการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้กับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือได้ โดยจะมีราคาต่ำกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คขนาดเล็กและคอมพิวเตอร์พีซีทั่วๆไป ซึ่งการตัดสินใจดำเนินการในครั้งนี้ ก็เนื่องมาจาก Intel ได้เล็งเห็นถึงตลาดอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่กำลังมีแนวโน้มเป็นที่ต้องการสูง ดังนั้น Intel จึงทำการใส่ชิพประมวลผลนี้ลงไปในตัวอุปกรณ์ โดยตั้งชื่อใหม่ว่า netbook ซึ่งจะมีราคาต่ำกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วๆไป ประมาณ 250 ดอลล่าร์สหรัฐฯ โดยชิพตระกูล Atom นี้ เป็นชิพที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก จึงเหมาะกับอุปกรณ์ขนาดเล็กและใช้พลังงานต่ำ โดยตัวชิพมีขนาดน้อยกว่า 25 ตารางมิลลิเมตร โดยชิพ 2 รุ่นแรกที่จะทำการเปิดตัวมีชื่อว่า Silverthorne และ Diamondville ผลิตโดยใช้เทคโนโลยี 45-nanometer ซึ่งจะทำการเปิดตัวภายในกลางปีนี้ นอกจากนี้ Intel ยังแนะนำชิพรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Intel Centrino Atom processor ที่ใช้เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้กับโทรศัพท์มือถือ โดยจะมีชื่อว่า Menlow โดย Sean Maloney หัวหน้าฝ่ายขายและการตลาดของ Intel กล่าวว่า ชิพตระกูล Atom นี้ เป็นชิพที่ถูกออกแบบขึ้นมาให้มีขนาดเล็กแต่มีพลังงานเพียงพอที่จะจัดการกับอินเตอร์เน็ตขนาดใหญ่ได้ โดยทางเราเชื่อว่า เมื่อทำการเปิดตัวชิพตระกูลใหม่นี้ จะเท่ากับเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับเทคโนโลยีในปัจจุบัน

ที่มา : Pantip News

(0) Comments    Read More   

ซิสโก้ผลประกอบการทั้งโลกเติบโต 16.5% ตลาดไทยโต 10 % ตั้งเป้าครึ่งปีหลังเติบโต 25% ชูแนวคิด“คอนเน็กซ์ติ้งคอนเซ็ปต์” เชื่อมโยงทุกจังเหวาะชีวิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าจากตัวโปรดักส์ซิสโก้ พร้อมมุ่งสานต่อโครงการภาครัฐ และตลาดจับตลาดที่มีศักยภาพอย่าง SMB ประมาณการเม็ดเงินที่จะเกิดขึ้นในตลาดรวมเน็กเวิร์คมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท

ดร.ธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ (ประเทศไทย) กล่าวถึงผลประกอบการของซิสโก้ทั่วโลกว่า ล่าสุดในไตรมาสที่ 2ของปีงบประมาณ2551 (ปีงบประมาณของนับสิงหาคม2550-กรกฎาคม2551) ซิสโก้มีรายได้ 9,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้น 16.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยการเติบโตเป็นผลมาจากการเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์สวิชต์แอนด์เราเตอร์ และในส่วนของเทคโนโลยีที่ติดตลาดแล้วคือ ยูนิไฟเทคโนโลยี ในส่วนของสตอเรจมีอัตราการเติบโตประมาณ 30% เทคโนโลยีไวร์เลสเติบโต 10% และซิเคียวริตี้เทคโนโลยีเติบโต 12%

ในส่วนของตลาดเมืองไทยครึ่งปีแรกที่ผ่านมา (สิงหาคม 2550 - มกราคม 2551) เป็นปีที่ซิสโก้มุ่งสร้างตลาดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าให้มากที่สุด โดยมีอัตราการเติบโตประมาณ 10% ซึ่งนอกจากภาคเอกชนแล้วซิสโก้ให้ความสำคัญกับการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในโครงการประมูลขนาดใหญ่ของภาครัฐ อย่าง GIN (Government Information Network) หรือโครงข่ายสื่อสารกลางของภาครัฐเพื่อการเชื่อมโยงกระทรวง ทบวง กรมและต่อเนื่องไปถึง 76 จังหวัด

ซิสโก้เน้นสร้างสมดุลย์ในการดำเนินธุรกิจใน 3 เซกเตอร์ โดยมีการเติบโตในส่วนเซอร์วิสโพรวายเดอร์ 42% เอ็นเตอร์ไพร์สหรือองค์กรขนาดใหญ่เติบโตประมาณ 27% และคอมเมอร์เชียลและ SMB เติบโตประมาณ 31% และเมื่อเทียบการเติบโตในธุรกิจ SMB อย่างเดียวมีการเติบโตถึง 38% เมื่อเทียบปีต่อปี

ผู้บริหารซิสโก้กล่าวถึงแผนการทำตลาดครึ่งปีหลัง( กุมภาพันธฺ2551-กรกฏาคม 2551) ว่า จะยังคงเน้นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแง่การสร้างแวลลูจากตัวสินค้าและนำเสนอเป็นโซลูชั่นมากกว่าการทำตลาดโปรดักส์เพียวๆ มองความคุ้มค่าและสร้างโอกาสใหม่ๆให้กับลูกค้าเพื่อให้สามารถหาลูกค้าใหม่ๆได้อีกต่อหนึ่ง

วิสัยทัศน์ของซิสโก้อยู่บนการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีเครือข่ายที่สามารถเชื่อมโยงทุกช่วงชีวิตเข้าด้วยกันหมดได้ (Connected Life) ตามเป้าหมายที่วางไว้ว่าในปี 2010 เทคโนโลยีของซิสโก้จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตคนโดยไม่ได้มองแค่อุปกรณ์อย่างอย่างแต่มุ่งตอบโจทย์ด้านการให้บริการด้วย

ผู้บริหารซิสโก้ยกตัวอย่างรูปแบบ “คอนเน็กซ์ติ้งคอนเซ็ปต์” เช่น การสร้างระบบเชื่อมโยงในโรงพยาบาลทำให้คนไข้สามารถเพลิดเพลินกับการเล่นเกมได้ขณะเดียวกันก็สามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการแพทย์ได้จากระบบคอมพิวเตอร์ที่ต่อเชื่อมไว้ก่อน นับเป็นการสร้างมูลค่าให้กับการทำตลาดให้กับคู่ค้าได้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับมองการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆเช่น Emerging Technologies อย่าง CCTVนอกจากจะเป็นทีวีวงจรปิดแล้ว ก็สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้โดยการพัฒนาเชื่อมโยงกับโมบายเพื่อให้สามารถส่งภาพจาก CCTV ถึงเจ้าหน้าที่หรือตำรวจได้

ผู้บริหารซิสโก้ประมาณการว่า ในครึ่งปีหลังตลาดรวมเน็ตเวิร์กทั้งภาครัฐและเอกชนน่าจะเกิน 1 หมื่นล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตประมาณ 9-10% ซึ่งโดยปกติการขยายตัวของตลาดเน็ตเวิร์คจะเติบโตเป็น 2 เท่าของการ GDP

ในครึ่งปีหลังซิสโก้ตั้งเป้าจะเติบโตประมาณ 25 % โดยจะยังมุ่งสานต่อโครงการภาครัฐที่ทำมาในครึ่งปีแรกพร้อมมองโอกาสทางการตลาดกับโครงการใหม่ๆ พร้อมกับการจับตลาดที่มีการเติบโตสูงอย่าง SMB ในกลุ่มของผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นต้องใช้ PC ประมาณ 20-250 เครื่อง โดยคาดว่าตลาดกลุ่มนี้จะมีมูลค่าประมาณ 84 ล้านเหรียญต่อปี โอกาสในการสร้างตลาดยังมีอีกมากโดยเฉพาะใน 11 หัวเมืองใหญ่มีโอกาสโอกาสทางการตลาดถึง 60% ขณะที่เป้าหมายการเติบโตโดยรวมของซิสโก้ทั้งปีตั้งไว้ที่ 20 %

ที่มา : ผู้จัดการ

(0) Comments    Read More