หุ่นยนต์เสมือนมนุษย์นี้มีชื่อว่า “Twendy-One”

ญี่ปุ่นเปิดตัวหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ตัวใหม่ที่สามารถเรียนรู้การทำงานบ้าน มีความพิถีพิถัน ทำงานคล่องแคล่ว สามารถดูแลผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่น ประกาศพร้อมวางขายในปี 2015 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า

หุ่นยนต์แม่บ้านนี้มีความสูง 147 เซนติเมตร น้ำหนัก 111 กิโลกรัม ตัวสีขาว ตาสีฟ้า แขนสีแดง สามารถปรนนิบัติผู้สูงอายุเช่น ให้ช่วยเหลือขณะลุกออกจากเตียง เตรียมอาหารเช้า หยิบซอสมะเขือเทศ มันฝรั่ง เครื่องปรุง การใช้นิ้วทั้งสี่เปิดตู้เย็น ทำขนมปังเตรียมไว้บนโต๊ะอาหาร มีไหวพริบความรู้สึกเปลี่ยนแปลงอารมณ์ได้ หากเดินชนกับมนุษย์หุ่นยนต์แม่บ้านจะสามารถรับหน้าที่”ล้ม”แทนมนุษย์ได้

หุ่นยนต์เสมือนมนุษย์นี้มีชื่อว่า “Twendy-One” ถูกพัฒนาขึ้นโดยวิศวกรของมหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda) มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น

“ในสังคมผู้สูงอายุของญี่ปุ่น มีทั้งผู้ที่แข็งแรงและผู้บอบบางที่ต้องการความช่วยเหลือ” สำหรับหุ่นยนต์ ศาสตราจารย์ ไซจีคิ ซูกาโน กล่าวว่า “Twendy-One คือหุ่นยนต์ตัวแรกที่เหมาะสมกับผู้ใช้ทั้งสองกลุ่ม คาดว่าจะวางขายในปี 2015″

ปัจจุบัน ประเทศญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุเกิน 100 ปีจำนวนมากกว่า 30,000 คน ผลจากอาหารคุณภาพดีและวิถีชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งของชาวญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ความอายุยืนกลับกลายเป็นเรื่องปวดหัวของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีอัตราการเกิดต่ำ ปัญหาประชากรวัยพึ่งพิงกับวัยทำงานไม่สมดุลกันในญี่ปุ่นจึงเป็นปัญหาที่ทำให้นักวิจัยของญี่ปุ่นพากันวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ช่วยเหลือ เพื่อให้สามารถใช้งานได้จริงในอนาคต

ที่มา : ผู้จัดการ

(0) Comments    Read More   

หักปากกาเซียน เมื่อการสำรวจตลาดพบว่า คินเดิล (Kindle) ผลิตภัณฑ์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรืออีบุ๊กของอเมซอนได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคจนสินค้าขาดตลาด แม้จะตกเป็นผู้ต้องหาข้อบกพร่องต่างๆนานา โดยรายงานระบุว่าอเมซอนจะทยอยส่งคินเดิลป้อนสู่ตลาดอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งในวันที่ 7 ธันวาคมนี้

อเมซอนดอทคอม (Amazon) นั้นเริ่มวางจำหน่ายคินเดิลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาในราคา 399 ดอลลาร์สหรัฐ รายงานจากสำนักข่าวซีเน็ตระบุว่าขณะนี้คินเดิลกำลังอยู่ในภาวะขาดลาด มีลูกค้าจำนวนมากสนใจสั่งซื้อเพิ่มแต่ต้องรอจนกว่าสินค้าจะเข้าสต็อกในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ ซึ่งสินค้าจะสงวนไว้สำหรับลูกค้าที่สั่งจองก่อน

อเมซอนยังไม่มีการเปิดเผยยอดขายคินเดิลที่แน่ชัดในขณะนี้ โดยรายงานวิเคราะห์ว่าเหตุที่ทำให้คินเดิลได้รับความนิยมเกินคาดคือโลกอินเทอร์เน็ตที่ถือเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ชั้นดี ทำให้เส้นทางของคินเดิลต่างจากผลิตภัณฑ์อีบุ๊กของโซนี่ ที่ล้มเหลวและไม่สามารถสร้างตลาดและกระแสนิยมได้อย่างที่คินเดิลทำ

คินเดิลนั้นฝังโมเด็มโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้ภายใน สนนราคา 399 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับไอพ็อด ขนาดเหมาะมือบอบบาง ด้วยโมเด็ม ผู้ใช้คินเดิลในสหรัฐฯสามารถดาวน์โหลดหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ และบล็อคมาอ่านได้ผ่านเครือข่ายไร้สายของสปรินท์ (Sprint) การดาวน์โหลดทุกครั้งล้วนคิดค่าบริการ โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกบริการของสปรินท์แต่อย่างใด

ขณะนี้อเมซอนมีคอนเทนท์อีบุ๊กในร้านค้าราว 90,000 ตอน การดาวน์โหลดใช้เวลาน้อยกว่า 1 นาทีหากผู้ใช้อยู่ในช่วงสัญญาณดี หากผู้ใช้ตกลงบอกรับเป็นสมาชิกของหนังสือพิมพ์รายใดรายหนึ่งใน 11 สื่อชื่อดังเมืองอเมริกัน ข่าวจะถูกส่งมายังคินเดิลทุกเช้าโดยอัตโนมัติ สามารถเก็บเนื้อหาหนังสือได้ราว 200 เล่ม หน้าจอมีขนาด 6 นิ้ว พื้นหลังกระดาษไม่ใช่สีขาวแต่เป็นสีเทาอ่อน เพื่อความสบายตา

ที่มา : ผู้จัดการ

รูปภาพเพิ่มเติมจาก : engadget.com

(0) Comments    Read More   

       ทรูโดดร่วมอภิมหาโปรเจคต์ยักต์ กลุ่มแปซิฟิค ชอร์ ดีเวลลอปเมนท์ กับโครงการ “เดอะบีช”  ดินแดนการท่องเที่ยวและพักผ่อนแห่งใหม่ของไทย  ขายความเป็นคอนเวอร์เจนต์พร้อมช่วยสร้างชุมชนไซเบอร์ทุกพื้นที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตทุกห้องพักควบคุมแสงสว่าง แอร์ด้วยระบบดิจิตอล

นายทรงธรรม เพียรพัฒนาวิทย์  ผู้อำนวยการบริหาร  บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น  กล่าวว่า  กลุ่มทรูได้ร่วมกับ บริษัท แปซิฟิค ชอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ในการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้รับ ผิดชอบด้านระบบสื่อสาร โครงการ “เดอะบีช”  ดินแดนการท่องเที่ยว และพักผ่อนแห่งใหม่ ของไทยและเอเซีย บริเวณหาดบางสะเหร่  ที่จะเปิดดำเนินงานได้ในอีก3 ปีข้างหน้า  ซึ่งทรูจะดำเนินการเป็นผู้วางระบบสื่อสารและให้บริการด้านเทคโนโลยี โดยเบื้องต้นได้ดำเนินการวางโครงข่ายใยแก้วนำแสง เข้ายังพื้นที่และติดตั้งชุมสาย เป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท

นอกจากการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในโครงการแล้ว ทรู ยังเป็นผู้จัดหาเทคโนโลยี พร้อมกับการเข้าไปดำเนินการวางระบบสื่อสารแบบครบวงจร อาทิ บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทรุมูฟ บริการไวไฟ  บริการทรูวิชั่นส์ ทรูไอพีทีวี   พร้อมกับการวางรูปแบบการใช้งานในรูปแบบไร้สายกับชายหาดไซเบอร์แห่งแรกของโลก และการสร้างชุมชนสื่อสารในยุคใหม่ ภายในอาคาร ห้องพัก  หรือ ที่เรียกว่าชุมชนไซเบอร์  ที่สถานที่นี้จะเป็นแห่งเดียวในโลกที่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ทุกพื้นที่ และยังผสานบริการอื่นๆผ่านอินเทอร์เน็ต  อาทิ การใช้งานกล้องวงจรปิด  บริการทางการเงินทรูมันนี่  เป็นต้น

“บริการที่มีอยู่ในทุกรูปแบบของทรูจะนำเข้าไปใช้ในโครงการนี้ทั้งหมด ทั้งระบบไฮสปีดอินเทอร์เน็ต ที่มีความเร็วสูงถึง 100 Mbs ระบบไอพีทีวี  ทรูวิชั่นส์  บริการดิจตอลทีวี ระบบไซเบอร์โฮม โดยทั้งหมดนี้จะตอบสนองไลฟ์สไตลล์ของผู้ใช้ ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งในพื้นที่แห่งนี้จะมีทั้งกลุ่มผู้พักอาศัย กลุ่มท่องเที่ยว ที่เข้ามาใช้พื้นที่แห่งนี้”

อย่างไรก็ตามการลงทุนในโครงการเดอะบีช  ทรู คาดว่าสามารถที่จะคืนทุนได้ในเวลา 5 ปี และจะเริ่มมีการใช้งานหรือมีรายได้หลังจากที่ได้เปิดดำเนินการหลังจากเปิดโครงการได้ในเฟสแรกอีก2 ปีข้างหน้า ในกลุ่มพื้นที่คอนโดพักอาศัย บ้านพักตากอากาศ  ส่วนอาคารโรงแรม  สวนน้ำ อเมซอน ฟอลล์ สวนมหาสนุก

นายเลียแค็ท สุลต่าน แดนจี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแปซิฟิค ชอร์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด กล่าวถึงโครงการนี้ว่า เป้าหมายหลักของโครงการนี้ เกิดขึ้นจากกระแสความต้องการของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมุ่งเน้นที่ เดสติเนชั่น รีสอร์ท ขนาดใหญ่ ที่จะเป็นศูนย์รวมแห่งความบันเทิงในการพักผ่อน ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ 5 ดาว รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งระบบการสื่อสาร ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงพิเศษ ที่เร็วกว่า 100 mbs รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆมากมาย ซึ่งจะรวมเป็นภาพของคอนเวอร์เจนต์ของทางทรู ซึ่งจะเป็นผู้ดูแลในเรื่องนี้

“ในเฟสแรกจะลงทุนเริ่มต้นด้วยงบประมาณกว่า 5,800 ล้านบาท โดยเป็นการสร้างคอนโดที่พักอาศัย 3  พันล้านบาท  โรงแรม 2 พันล้าน ส่วนที่เหลือจะเป็นส่วนพื้นที่สวนสนุก โดยเบื้องต้นเราคาดว่าพื้นที่แห่งนี้จะเป็นศูนย์การท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้กับประเทศไทย ที่จะดึงคนไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวได้อีกแห่งหนึ่งที่จะมีบริการอย่างครบวงจร”

ที่มา : ผู้จัดการ

(0) Comments    Read More   

“ทรู” เดินหน้าย้ำยุทธศาสตร์ “คอนเวอร์เจนซ์” มั่นใจเป็นแนวโน้มของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในอนาคต เล็งดึงเทคโนโลยี “ไวแม็กซ์” ต่อยอดธุรกิจ เชื่อคุ้มค่ากว่าลงทุน “3จี” เหตุขับเคลื่อน “บรอดแบนด์” ได้อย่างเต็มรูปแบบและเหมาะ กับภูมิประเทศของไทย ทั้งเดินหน้าเพิ่มโฟกัส “ทรูมันนี่-ทรูออนไลน์” พร้อมส่งรูปแบบบริการเน้นแปลกใหม่-บุกหนักลูกค้าองค์กร

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การให้บริการแบบคอนเวอร์เจนซ์ หรือการหลอมรวมเทคโนโลยีเข้าด้วยกันเพื่อนำเสนอเป็นรูปแบบบริการใหม่ๆ จะเป็นแนวโน้มของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในอนาคต ทำให้เกิดการให้บริการคอนเทนต์เพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการ ดังนั้นหน้าที่ของผู้ให้บริการคือทำอย่างไรให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการได้อย่างเต็มรูปแบบ และจะผสมผสานเทคโนโลยีอย่างไรเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้

โดยตนคาดว่าปลายปีหน้าจะเริ่มเห็นบริการคอนเวอร์เจนซ์รูปแบบใหม่มากขึ้น แต่จะมากแค่ไหนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับองค์กรผู้กำกับดูแลที่จะเอื้อเรื่อง ใบอนุญาตมากแค่ไหน เพราะปัจจุบันยังติดปัญหาเรื่องใบอนุญาตทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยช้ากว่าประเทศอื่น และที่สำคัญคือปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่จะเอื้อให้ผู้บริโภคตื่นตัวในการใช้บริการเพียงใดด้วย

สำหรับการลงทุนอัพเกรดโครงข่ายให้เป็น 3จีนั้น ทรูจะทำเมื่อมีใบอนุญาตใหม่เกิดขึ้น เพราะการลงทุนต้องคำนึงถึงผลตอบแทนที่จะได้รับกลับมาด้วย ไม่ใช่ต้องอัพเกรดตามเทคโนโลยีโดยไร้เหตุผล

“ตนคาดหวังเรื่องเทคโนโลยีไวแม็กซ์มาก เพราะเหมาะกับภูมิประเทศของไทย และจำนวน ผู้ใช้บรอดแบนด์ของไทยยังมีน้อยเพียงแค่ 8 แสนครัวเรือน จากทั้งหมดกว่า 20 ล้านครัวเรือน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก” นายศุภชัยกล่าว และว่า

ทั้งนี้การลงทุนในเทคโนโลยี “ไวแม็กซ์” จะสามารถนำมาใช้ต่อยอดให้บริการคอนเวอร์เจนซ์ได้ดี แตกต่างจากการลงทุนใน 3จีที่อาจอิ่มตัวได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า เพราะขณะนี้ผู้บริโภคแต่ละคนก็ใช้โทรศัพท์หลายเบอร์แล้ว แต่บรอดแบนด์ยังมีช่องว่างในตลาดให้เติบโตได้อีกมาก ซึ่งคาดว่าปีหน้าทรูจะลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 8,000-10,000 ล้านบาท ในบริการทรูมูฟ, ทรูวิชั่นส์, ทีวีความละเอียดสูง (ไฮเดฟินิชั่นทีวี-เอชดีทีวี) และบริการบรอดแบนด์

สำหรับรายได้ของกลุ่มทรู ในขณะนี้ 45% มาจากบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ “ทรูมูฟ” 40% มาจากบริการทรูออนไลน์ และอีก 15% มาจากบริการ ทรูวิชั่นส์ แต่ในปีหน้าคาดว่าทรูมันนี่ และ ทรูไลฟ์จะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงจะเริ่มรุกทำตลาดลูกค้าองค์กรมากขึ้น พร้อมเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ใช้บริการแบบคอนเวอร์เจนซ์ ขณะที่ลูกค้าที่ใช้บริการแยกส่วน ทางทรูจะเน้นการกำหนดราคาที่เหมาะสมมากกว่าใช้กลยุทธ์สงครามราคา

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

(0) Comments    Read More   


“เดลล์” ปรับกลยุทธ์ช่องทางการจัดจำหน่าย ชู “ไฮบริดโมเดล” ลูกผสมระหว่างการขายตรงและขายผ่านตัวแทน เดินหน้าตั้งตัวแทนจำหน่ายช่วยขยายฐานลูกค้าเอสเอ็มอีและโซโห พร้อมซุ่มวางแผนบุกตลาดคอนซูเมอร์เต็มตัวในปี”51 เร่งสร้างการรับรู้แบรนด์กับลูกค้าทุกกลุ่ม หลังชิมลางร่วมแจมงานคอมมาร์ทต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

นายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มทดลองตลาดคอนซูเมอร์ โดยเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมออกบูทในงานคอมมาร์ทเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเพื่อสร้างความใกล้ชิด และเรียนรู้พฤติกรรมความต้องการของลูกค้า รวมถึงเป็นการสร้างการรับรู้คอมพิวเตอร์แบรนด์ เดลล์ให้กับตลาดมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเดลล์โฟกัสอยู่ในตลาดคอร์ปอเรตขนาดใหญ่ และ โปรเจ็กต์ภาครัฐ ซึ่งเป็นการใช้ระบบขายตรงทำให้ลูกค้าไม่ค่อยคุ้นเคยกับแบรนด์ของเดลล์มากนัก

ที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี และคอนซูเมอร์ เข้าไม่ถึงช่องทางการจำหน่ายของเดลล์ เพราะการซื้อขายผ่านทางเว็บไซต์ของเดลล์ก็ยังเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับลูกค้าเอสเอ็มอีและคอนซูเมอร์ ซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเดลล์ก็ได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์แบรนด์ Vostro เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า เอสเอ็มอีและโซโห (small office-home office) โดยเฉพาะ พร้อมกับได้สร้างช่องทางขายใหม่เป็นทีมขายผ่านคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยโดยเฉพาะ

และบริษัทมีแผนในการทำช่องทางจัดจำหน่ายแบบ “ไฮบริดโมเดล” (hybrid model) โดยนอกจากการขายตรงผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์ของบริษัทแล้ว ในปีหน้าบริษัทมีนโยบายที่จะทำตลาดผ่านตัวแทนจำหน่ายเข้ามาเสริม โดยจะมีการพิจารณาตัวแทนจำหน่ายมาช่วยทำตลาดเพื่อขยายฐานตลาดเอสเอ็มอีและโซโห

“เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ยังมีพฤติกรรมที่ต้องการเห็นสินค้าก่อนตัดสินใจ และคุ้นเคยกับการมี ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ดังนั้นบริษัทจึงมีนโยบาย ที่จะทำตลาดผ่านตัวแทนจำหน่ายเข้ามาเสริม”

ส่วนการทำตลาดคอนซูเมอร์นั้น เดลล์จะใช้โมเดลการขายผ่านไอทีซูเปอร์สโตร์ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เริ่มทำตลาด อย่างในสหรัฐอเมริกาเดลล์ก็ได้จับมือกับวอล-มาร์ตนำคอมพิวเตอร์ของเดลล์ไปจำหน่าย สำหรับในภูมิภาคเอเชียที่ได้เปิดตลาดคอนซูเมอร์ไปแล้ว ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไต้หวัน สำหรับประเทศไทยก็เป็นสเต็ปต่อไป หลังจากที่บริษัทได้เริ่มเปิดตลาดเอสเอ็มอีเมื่อเดือนกรกฎาคม 2550

ในส่วนของการทำตลาดคอนซูเมอร์ผ่านช่องทางร้านค้าปลีกในประเทศไทยนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน ขึ้นอยู่กับความพร้อมเพราะการทำงานของเดลล์ก็เป็น step by step อย่างไรก็ตาม เดลล์ก็ได้มีการเตรียมพร้อมในแง่ของสถานที่ และระบบคอลเซ็นเตอร์ เพื่อรองรับในส่วนของการขยายฐานลูกค้าคอนซูเมอร์แล้ว

ด้านนายชูศักดิ์ ธรรมสิทธิ์บูรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี บริษัทเดียวกันกล่าวว่า การเข้าร่วมงานคอมมาร์ทเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเป็นแค่การชิมลางออกบูทเล็กๆ ไม่ได้อยู่ในเมนฮอลล์ ซึ่งผลที่กลับมาก็เป็นที่น่าพอใจ และสเต็ปต่อไปก็คือการเข้าร่วมงานคอมมาร์ทต้นปีในช่วงเดือนมีนาคม 2551 ซึ่งก็ตั้งเป้าว่าจะเข้าไปอยู่ในเมนฮอลล์ เพราะงานคอมมาร์ทก็ถือว่าเป็นช่องทางขายช่องทางหนึ่ง รวมถึงเป็นการสร้างการรับรู้แบรนด์กับลูกค้าด้วย ซึ่งลูกค้าที่เดินในงานก็มีทั้งคอนซูเมอร์และเอสเอ็มอี ซึ่งปีหน้าเดลล์ก็จะกลายเป็นผู้เล่นรายใหม่ที่เข้าไปในตลาดคอนซูเมอร์

นายอโณทัยกล่าวเพิ่มเติมว่า จุดขายหรือจุดแข็งของเดลล์อีกส่วนก็คือในเรื่องของการบริการ ซึ่งจะเป็นผู้ผลิตรายเดียวที่ให้บริการออนไซด์เซอร์วิส แบบ next day business แม้ว่าลูกค้าที่ซื้อเครื่องเดียวก็ให้บริการระดับเดียวกัน

นอกจากนี้ในปีหน้าก็มีนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการในลักษณะของ proactive service คือไม่ต้องรอให้ลูกค้ามีปัญหาแล้วโทร.มาตาม

ทั้งนี้จากข้อมูลไอดีซี ณ ไตรมาสที่ 2 เดลล์ มีส่วนแบ่งตลาดพีซีและโน้ตบุ๊กในตลาด คอมเมอร์เชียล 20% และมีส่วนแบ่งในตลาด โน้ตบุ๊กรวมทั้งหมด 15.7% โดยอยู่ในอันดับ 3

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

(0) Comments    Read More   

น่าแปลกใจที่การอัปเกรดบริการจีเมลของกูเกิล ซึ่งถูกเรียกกันว่าเป็นเวอร์ชัน 2.0 (Gmail 2.0) มีเสียงตอบรับทางลบจำนวนไม่น้อย ต่างจากบริการหลากหลายของกูเกิลที่มักได้รับคำชมเป็นส่วนใหญ่ งานนี้ผู้ใช้โวยว่าจีเมลทำงานได้ช้า มีปัญหาโหลดหน้าล้มเหลวบ่อยครั้ง และมีปัญหาบราว์เซอร์ไม่รองรับ ร้อนถึงประชาสัมพันธ์ของกูเกิลที่ต้องออกมาแนะนำว่า บราว์เซอร์ที่สามารถทำงานได้ดีกับจีเมล 2.0 คือ IE7 และ Firefox2 โดยยืนยันว่ากูเกิลออกแบบจีเมลเวอร์ชันใหม่ให้มีความเร็วและเสถียรมากขึ้น

การอัปเดทบริการจีเมลของกูเกิลนั้นเกิดขึ้นมาราว 2 สัปดาห์แล้ว เน้นปรับปรุงส่วนการจัดการบัญชีรายชื่อให้มีความเร็วและมีเสถียรภาพมากขึ้นเป็นหลัก โดยประชาสัมพันธ์ของกูเกิลระบุว่ามีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างชุดคำสั่งครั้งใหญ่ และจะมีคุณสมบัติอื่นๆตามมากอีกในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า

เพียง 2 สัปดาห์ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากบรรยายความเชื่องช้าของจีเมลเวอร์ชันใหม่บนข้อเขียนออนไลน์ ส่วนใหญ่ระบุว่าจีเมล 2.0 ทำงานได้ช้า ต้องใช้เวลานานหลายนาทีกว่าจะปรากฏหน้าลงชื่อเข้าใช้ การบันทึกข้อความที่พิมพ์หรือการตอบสนองต่อการคลิกเมาส์ก็ทำได้ช้าเช่นกัน บางคำร้องระบุว่าจีเมลทำให้บราว์เซอร์กระตุกและไม่สามารถทำงานต่อได้

เจสัน ไฟรเดนฟิลด์ ประชาสัมพันธ์ของกูเกิลไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับคำร้องเรียนเหล่านี้ โดยระบุเพียงว่า “เราขอแนะนำให้ใช้ IE7 และ Firefox 2 เบราว์เซอร์สองตัวนี้จะทำให้การแสดงหน้าบริการจีเมลรวดเร็วยิ่งขึ้น”

จริงอยู่ที่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเมื่อเปลี่ยนมาใช้จีเมลเวอร์ชันเดิม อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นคือผู้ใช้จะต้องเสียเวลาคลิกเลือกเวอร์ชันเดิมด้วยตัวเองทุกครั้งที่ลงชื่อเข้าใช้ เนื่องจากจีเมล 2.0 ตั้งค่าตัวเองเป็น default แบบอัตโนมัติทันทีที่ผู้ใช้ตกลงใจอัปเดท

ขณะที่เบราว์เซอร์ 2 ตัวที่ประชาสัมพันธ์กูเกิลแนะนำ ผู้ใช้รายหนึ่งระบุว่ายังคงพบปัญหาการใช้จีเมล 2.0 บนเบราว์เซอร์ Firefox 2.0 ระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Mac OS X 10.4

ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ขณะนี้มีผู้ใช้จีเมล 2.0 แล้วจำนวนเท่าใด โดยรายงานจากพีซีเวิร์ลระบุว่า จากการสืบค้นคำว่า “Gmail slow” หรือ “กูเกิล ช้า” ในหน้ากระทู้ช่วยเหลือของกูเกิลหรือ Gmail Help Discussion นั้นพบผลลัพท์กว่า 35 หน้า ถือเป็นตัวเลขที่สูงจนน่าเห็นใจ

ที่มา : ผู้จัดการ

(0) Comments    Read More   

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพื่อตอบสนองความต้องการที่สูงขึ้นของเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ที่มีความจุในการบันทึกข้อมูลในระดับสูงที่สุดและมีความปลอดภัยในระดับชั้นนำ ล่าสุด บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี ได้เปิดตัวฮาร์ดไดร์ฟสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะความจุ 1 เทราไบต์ ที่ใช้การเข้ารหัสระดับเดียวกับรัฐบาลเพื่อป้องกันข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจากการตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับฮาร์ดไดร์ฟบาราคูดา เอฟดีอี เป็นไดร์ฟสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะขนาด 3.5 นิ้ว รุ่นแรกของโลก ที่มีการเข้ารหัสเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตในฮาร์ดไดร์ฟ หรือ ระบบที่สูญหาย หรือ ถูกขโมยไป ด้วยการใช้การเข้ารหัสเออีเอส ที่เป็นโปรโตคอลในระดับเดียวกับของรัฐบาลและเป็นโปรโตคอลที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่มีจำหน่ายอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ ฮาร์ดไดร์ฟบาราคูดา เอฟดีอีนำมาซึ่งความปลอดภัยสูงสุดสำหรับระบบที่ปิดการใช้งานแล้ว การกลับเข้าไปใช้งานใหม่จำเป็นต้องมีรหัสผ่านของผู้ใช้ก่อนการบู๊ทซึ่งอาจถูกเพิ่มขึ้นด้วยการใช้อุปกรณ์เพิ่มเติมชั้นอื่น เช่น สมาร์ทการ์ดและไบโอเมตริกซ์

อย่างไรก็ตาม ด้วยความจุสูงถึง 1 เทราไบต์ ฮาร์ดไดร์ฟสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่เข้ารหัสและทำงานด้วยความเร็ว 7200 รอบต่อนาที รุ่นนี้ ทำให้องค์กรมีวิธีการที่ง่ายและคุ้มค่าในการนำเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะไปใช้งานอย่างอื่นหรือเลิกใช้เครื่องโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับข้อมูลที่มีความอ่อนไหว

ที่มา : ไทยรัฐ

(0) Comments    Read More   

ซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค

ดีแทค ผันตัวรุกบริการบรอดแบนด์ไร้สายปี 2551  แตกบริษัทลูก ให้สันติ เมธาวิกุล นั่งแท่นบริหาร พร้อมขอไลเซนส์อินเทอร์เน็ตเกตเวย์ และ 3G พ่วงอีกใบ หลังเห็นตลาดบริการเสียงถึงจุดอิ่มตัว ผู้เล่นหมดมุกแข่งขันราคา พบช่องบรอดแบนด์เข้าถึงบ้านยังสะดุด ตลาดมีผู้เล่นน้อย เมื่อเทียบกับการถือครองเบอร์มือถือ

นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า  ในปี 2551 อัตราผู้ใช้โทรศัพท์มือถือต่อจำนวนประชากร (Penetration Rate) จะครบ 100% ดังนั้นตนจึงเห็นว่าดีแทคจำเป็นต้องหาธุรกิจใหม่เพื่อมาต่อยอด รายได้จากโทรศัพท์มือถือที่มีแนวโน้มลดลง โดยดีแทค จะหันไปแข่งขันในด้านตลาดสื่อสารข้อมูลไร้สายความเร็วสูง ผ่านโครงข่ายระบบจีเอสเอ็ม ซึ่งจะเป็นการต่อยอดทางรายได้จากการบริการเสียงไปสู่บริการข้อมูล บริการส่วนนี้จะช่วยเสริมจุดแข็งและหนีจากตลาดให้บริการเสียง ที่ผู้ให้บริการทุกรายแข่งขันเรื่องราคา โดยบริการไร้สายความเร็วสูง จะเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้ ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อีกช่องทางหนึ่ง

ทั้งนี้ในปัจจุบันผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อสัดส่วนประชากร ในตลาดวอยซ์เพิ่มขึ้นถึง 80% แล้ว ในทางเดียวกัน ดังนั้นศักยภาพของการเติบโตของตลาดนอน- วอยซ์ (non-voice) น่าจะมีอยู่อย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขยายการใช้งานอินเทอร์เน็ตในตลาดแมส (mass market) เนื่องจากในปัจจุบันการต่อเชื่อมเข้าสู่อินเทอร์เน็ตโดยอุปกรณ์ไร้สายยังจำกัดการใช้งานอยู่ในกลุ่มลูกค้าระดับบนและกลุ่มผู้ใช้งานในองค์กรเป็นส่วนใหญ่

การที่จะขยายการใช้งานอินเทอร์เน็ตเข้าสู่กลุ่มผู้ใช้ในตลาดแมส ต้องมีส่วนประกอบหลักดังนี้ ได้แก่ 1. การเชื่อมต่อ (access) 2. เครือข่าย (network) 3. อุปกรณ์เพื่อใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (devices)

โดยปัจจุบันอัตราส่วนประชากรการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 12-13% ซึ่งนับว่ายังคงล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่างมาเลเซียที่อัตราการขยายตัวอยู่ที่ 52% ในขณะที่อัตราการขยายตัวของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต) ยังค่อนข้างต่ำอยู่และมีผู้ให้บริการอยู่เพียง 3ราย คือ บริษัท ทีโอที บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นและบริษัท ทีทีแอนด์ที  อีกทั้งการเข้าถึงบ้านยังมีสัดส่วนที่น้อย

นอกจากนี้หากดูการขยายตัวของตลาดเครื่องโน้ตบุ๊คภายในประเทศ ในปีนี้ มีการนำเข้าเครื่องโน้ตบุ้คที่ 650,000 เครื่อง ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการสำรวจระบุว่ากลุ่มผู้ใช้ในตลาดแมส ต้องการแลปท้อปพร้อมซิมการ์ดภายในเพื่อต่อเชื่อมเข้าอินเทอร์เน็ตที่ราคาระหว่าง 500-1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 17,000 – 30,000 บาท สิ่งที่ดีแทคจะดำเนินการต่อไป คือการทำการทดสอบ (trial) โดยการแจกเครื่องโน้ตบุ๊ค 1,000 เครื่องพร้อมซิมการ์ดให้กับกลุ่มเป้าหมายเพื่อดูความต้องการการใช้งานต่อไป

ทั้งนี้ ข้อมูลของ GSMA ชี้ว่าผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์มีแผนที่จะส่งออกเครื่อง 33 ล้านเครื่องในปี 2008 แต่มีสัดส่วนที่จะเป็นเครื่องที่มี built-in mobile broadband อยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตยังไม่เล็งเห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่แท้จริงและยังมองว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ทางธุรกิจไม่ใช่ อุปกรณ์ใช้งานทั่วไปเพราะจากการสำรวจของ GSMA ร่วมกับ บริษัท ไมโครซอฟท์และอีก 12 ผู้ให้บริการใน13 ประเทศพบว่า 88% ของผู้บริโภคอยากได้เครื่องโน้ตบุคราคาประมาณ 500-1000 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐที่มี การสร้างส่วนควบอุปกรณ์ในการใช้งานกับบรอดแบนด์(built-in mobile broadband) ซึ่งหมายถึงโอกาสที่ตลาดจะโตได้อีกมากหากผู้ผลิตสามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้

และเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมาดีแทคได้ทำการจัดตั้ง บริษัท ไวด์บรอดแบนด์ เพื่อทำธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ซึ่งบริษัทใหม่นี้ นายซิคเว่ ได้มอบหมายให้ นาย สันติ เมธาวิกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทคมาทำหน้าที่เป็น กรรมการผู้จัดการ และดำเนินการขอไลเซนส์บรอดแบนด์จาก คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช) ประเภท 3 แบบมีโครงข่ายเป็นของตัวเอง

ทั้งนี้ดีแทค ได้มีแนวคิดที่จะอัพเกรดโครงข่าย 1800 ที่เปิดให้บริการอยู่เป็นระบบปฏิบัติการโทรศัพท์ 3จี หากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ยังไม่มีความชัดเจนในการออกใบอนุญาต(ไลเซนส์) ในคลื่นความถี่ดังกล่าว

นายซิคเว่ กล่าวอีกว่า  เบื้องต้นดีแทค หารือกับ กทช. ในการอัพเกรดโครงข่ายที่มีอยู่ ซึ่งส่วนนี้สามารถดำเนินการได้ เพราะในสัญญาสัมปทานที่ดีแทคได้รับจากบริษัท กสท โทรคมนาคมไม่มีข้อห้ามในเรื่องดังกล่าว และตนยืนยันว่าการพัฒนาดังกล่าว จะเป็นในลักษณะคล้ายกันกับการพัฒนาคลื่นความถี่เดิมให้รับส่งข้อมูลเร็วขึ้น จาก 2 จี เป็น 2.5 หรือ 2.8 จี โดยใช้เทคโนโลยี จีพีอาร์เอส และเอจด์

“แนวทางที่ ดีแทค ต้องการมากที่สุด คือ การขอไลเซนส์ใหม่เป็นระบบ 3จีเลย เพื่อเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือ ภายใต้แบรนด์ใหม่ เพราะเราเห็นว่าการขอไลเซนส์ใหม่มีข้อดี เพราะ ดีแทค จะไม่ต้องอยู่ภายใต้สัมปทานของ บริษัท กสท โทรคมนาคม ที่จะต้องนำส่งส่วนแบ่งรายได้ในปีละ 25% โดยส่วนแบ่งรายได้ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคยังคงได้ใช้ค่าบริการโทรศัพท์มือถือ ในราคาที่สูงอยู่ หากไม่มีค่าสัมปทานดีแทคจะสามารถลดค่าบริการได้ถูกลงกว่านี้”

สำหรับความพร้อมในการเปิดให้บริการในระบบ 3 จีในขณะนี้ ดีแทค ได้หารือร่วมกับบริษัท อีริคสัน(ประเทศไทย) และบริษัท โนเกีย(ประเทศไทย) ศึกษาในรายละเอียดของการพัฒนาโครงข่ายเดิมที่มีอยู่ว่าจะสามารถดำเนินการในรูปแบบใดได้บ้าง

นอกจากนี้นายซิคเว่ ยังปฏิเสธข่าวการออกจากตำแหน่งเพราะสัญญาจะหมดในปีหน้าว่า  เรื่องดังกล่าวไม่จริง สัญญาไม่หมดปีหน้าแน่นอน แต่จะเป็นเมื่อไหร่ไม่ทราบ โดยขณะนี้ดีแทค ยังมีภารกิจและการสร้างตลาดการใช้งานอยู่อีกมาก ซึ่งทางบอร์ดบริหารเทเลนอร์ ยังให้การโฟกัสตลาดประเทศไทยอยู่  และยังมอบหมายให้ตนบริหารแทคให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ที่มา : ผู้จัดการ

(0) Comments    Read More   

หากคุณคิดว่าไดร์ฟ USB มีประโยชน์แค่เก็บข้อมูลอย่างเดียว คงต้องคิดใหม่ เพราะ LV อาจทำให้ไดร์ฟ USB กลายเป็นเครื่องประดับสุดหรู
ถึงแม้ว่าจะอยู่ในขั้นตอนแนวคิดการออกแบบโดย Fred de Garilhe ก็ทำให้ LV USB Design สร้างความฮือฮาได้อย่างมาก อุปกรณ์ USB สุดหรูหรานี้ทำด้วยทองคำและทองคำขาว ภายนอกเป็นหนังนกกระจอกเทศหรือหนังจระเข้สีดำ บางรุ่นมีนาฬิกาดิจิตอลหรืออนาลอกประกอบด้านนอก จุดเด่นอยู่ตรงที่ล็อกและกุญแจที่สามารถล็อกฝาเปิดปิด USB ได้  พร้อมโลโก้ Louis Vuitton ด้านหน้า มีด้วยกัน 4 เวอร์ชัน ได้แก่
- ทองขาว พร้อมนาฬิกาดิจิตอล เพชรสีเหลืองบนกุญแจทองขาว
- ทองขาว หนังนกกระจอกเทศ ประดับด้วยซัฟไฟร์สีน้ำเงิน
- ทองขาว ผ้าซาตินขัดเงา ประดับด้วยซัฟไฟร์สีชมพู

ที่มา : ARiP

(0) Comments    Read More   
 

คาซูมาเซ โยชิดะ ประธานบริษัท อินเทล ของญี่ปุ่น โชว์ไมโครโปรเซสเซอร์ Xeon ใหม่เทคโนโลยีการผลิต 45 นาโนเมตร

เปิดตัวเป็นทางการแล้วสำหรับไมโครโปรเซสเซอร์ Xeon ใหม่ขนาด 45 นาโนเมตรจากอินเทล

คาซูมาเซ โยชิดะ ประธานบริษัท อินเทล ของญี่ปุ่น โชว์ไมโครโปรเซสเซอร์ Xeon ใหม่เทคโนโลยีการผลิต 45 นาโนเมตร สำหรับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ และชิปคอร์ทูเอ็กซ์สตรีม (Core2 Extreme) สำหรับเดสท็อปพีซี สำหรับโปรเซสเซอร์ตัวใหม่ ได้มีการปรับปรุงเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าโปรเซสเซอร์เทคโนโลยีการผลิต 65 นาโนเมตรที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

Xeon ใหม่เทคโนโลยีการผลิต 45 นาโนเมตร

ชิปคอร์ทูเอ็กซ์สตรีม

ที่มา : ผู้จัดการ

(0) Comments    Read More